การเที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาวด้วยตัวเองเป็นทริปที่วางแผนยากกว่าการเที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะระบบรถไฟซับซ้อน แต่เพราะระยะทางระหว่างเมืองไกล เวลากลางวันสั้น และหิมะอาจทำให้รถไฟหรือรถบัสล่าช้าได้ หากพยายามใส่ซัปโปโร โอตารุ อาซาฮิคาวะ โนโบริเบ็ตสึ บิเอะ และฟุราโนะไว้ในทริป 5 วันพร้อมกัน เวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการเดินทาง

คำแนะนำจากกองบรรณาธิการคือ ใช้ซัปโปโรเป็นฐาน 3 คืน เที่ยวโอตารุและอาซาฮิคาวะแบบไปเช้าเย็นกลับ จากนั้นย้ายไปพักโนโบริเบ็ตสึออนเซ็น 1 คืนก่อนเดินทางไปสนามบินนิวชิโตเสะในวันที่ 5 วิธีนี้ย้ายโรงแรมเพียงครั้งเดียว แต่ยังได้ทั้งเมือง หิมะ สวนสัตว์ อาหารทะเล และประสบการณ์เรียวกังออนเซ็น

แพลนนี้เหมาะกับผู้ที่เดินทางถึงสนามบินนิวชิโตเสะก่อนเที่ยงในวันแรก และมีเที่ยวบินขากลับหลังประมาณ 15:00 น. ในวันที่ 5 หากเที่ยวบินขากลับออกช่วงเช้า ควรเปลี่ยนโนโบริเบ็ตสึเป็นทัวร์วันเดียวจากซัปโปโรและนอนซัปโปโรคืนสุดท้ายแทน

สิ่งที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ คือพาสรถไฟ เส้นทางนี้ใช้รถไฟระยะไกลหลายครั้ง ทั้งสนามบิน–ซัปโปโร ซัปโปโร–โอตารุ ซัปโปโร–อาซาฮิคาวะ และซัปโปโร–โนโบริเบ็ตสึ เมื่อคำนวณรวมแล้ว JR Hokkaido Rail Pass แบบ 5 วัน มีแนวโน้มคุ้มกว่าการซื้อตั๋วแยก โดยเฉพาะเมื่อใช้เดินทางเข้าเมืองในวันแรกและไปสนามบินในวันที่ 5

ไม่แนะนำให้เช่ารถขับเองในฤดูหนาวสำหรับผู้ที่ไม่เคยขับบนถนนหิมะ น้ำแข็งดำ หรือสภาพทัศนวิสัยต่ำมาก่อน รถไฟและทัวร์รถบัสอาจยืดหยุ่นน้อยกว่า แต่ลดความเสี่ยงและช่วยให้ไม่ต้องหาที่จอดรถในเมือง

Table of Contents

แพลน 5 วันนี้คุ้มไหมและเหมาะกับใคร

หัวข้อ คำแนะนำ
คุ้มไหม คุ้มสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นหลายบรรยากาศในการเดินทางครั้งแรก แต่ต้องยอมรับว่ามีวันเดินทางไกล 2 วัน
เหมาะกับใคร คู่รัก กลุ่มเพื่อน นักเดินทางเดี่ยว และครอบครัวที่มีเด็กโตซึ่งนั่งรถไฟระยะยาวได้
ใครอาจไม่เหมาะ ผู้ที่ต้องการเที่ยวช้า เด็กเล็กมาก ผู้สูงอายุที่เดินบนหิมะลำบาก หรือผู้มีเที่ยวบินเช้าในวันที่ 5
จำนวนคืน ซัปโปโร 3 คืน และโนโบริเบ็ตสึออนเซ็น 1 คืน
การย้ายโรงแรม 1 ครั้ง ช่วยลดการลากกระเป๋าบนทางเท้าหิมะ
พาสที่เหมาะ Hokkaido Rail Pass แบบ 5 วัน หากใช้ครบทั้งขาเข้าเมือง อาซาฮิคาวะ โนโบริเบ็ตสึ และขาไปสนามบิน
ความยาก ปานกลาง ต้องจองที่นั่งรถด่วน ตรวจตารางรถบัส และเผื่อเวลาจากสภาพอากาศ
จุดเด่น ได้เที่ยวเมืองใหญ่ เมืองท่า สวนสัตว์ฤดูหนาว และออนเซ็นภูเขาไฟในทริปเดียว
ข้อจำกัด ไม่มีเวลาพอสำหรับบิเอะ ฟุราโนะ ฮาโกดาเตะ หรือลานสกีเต็มวัน

ข้อสรุป: แพลนนี้ทำได้จริง แต่ไม่ควรเพิ่มเมืองอื่น หากอยากเที่ยวบิเอะหรือฟุราโนะ ควรเพิ่มอย่างน้อย 1–2 คืน หรือตัดโนโบริเบ็ตสึออกจากเส้นทาง

ภาพรวมเส้นทางฮอกไกโด 5 วัน

วัน เส้นทาง ไฮไลต์ ที่พัก
วันที่ 1 สนามบินนิวชิโตเสะ → ซัปโปโร สวนโอโดริ หอนาฬิกา ทานุกิโคจิ ซูซูกิโนะ ซัปโปโร
วันที่ 2 ซัปโปโร ↔ โอตารุ ตลาดซังคาคุ คลองโอตารุ ถนนซาไกมาจิ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ซัปโปโร
วันที่ 3 ซัปโปโร ↔ อาซาฮิคาวะ สวนสัตว์อาซาฮิยามะ ราเม็งอาซาฮิคาวะ ซัปโปโร
วันที่ 4 ซัปโปโร → โนโบริเบ็ตสึออนเซ็น หุบเขานรก เมืองออนเซ็น เรียวกังและอาหารเย็น โนโบริเบ็ตสึ
วันที่ 5 โนโบริเบ็ตสึ → สนามบินนิวชิโตเสะ อาหารเช้าออนเซ็น ช้อปปิ้งและรับประทานอาหารที่สนามบิน เดินทางกลับ

Hokkaido Rail Pass 5 วันคุ้มไหม

สำหรับเส้นทางในบทความนี้ Hokkaido Rail Pass แบบ 5 วันเป็นตัวเลือกที่เข้าใจง่ายที่สุด เพราะครอบคลุมทั้งโซนอาซาฮิคาวะและโนโบริเบ็ตสึ ไม่ต้องซื้อพาสพื้นที่สองใบหรือคอยแยกว่ารถไฟช่วงใดอยู่นอกเขต

ช่วงเดินทาง ค่าตั๋วปกติโดยประมาณ
สนามบินนิวชิโตเสะ → ซัปโปโร 2,230 เยน
ซัปโปโร ↔ โอตารุ 3,600 เยน
ซัปโปโร ↔ อาซาฮิคาวะ 10,880 เยน
ซัปโปโร → โนโบริเบ็ตสึ 4,890 เยน
โนโบริเบ็ตสึ → สนามบินนิวชิโตเสะ ประมาณ 3,500 เยน
รวม ประมาณ 25,100 เยน

Hokkaido Rail Pass 5 วันเมื่อซื้อล่วงหน้าราคา 22,000 เยน จึงประหยัดได้ประมาณ 3,100 เยนจากเส้นทางตัวอย่าง และยังช่วยลดความยุ่งยากในการซื้อตั๋วแต่ละเที่ยว อย่างไรก็ตาม ราคานี้ไม่รวมรถบัสจากสถานีอาซาฮิคาวะไปสวนสัตว์ และรถบัสจากสถานีโนโบริเบ็ตสึไปย่านออนเซ็น

พาสจะไม่คุ้มเท่าเดิมหากคุณไม่ไปอาซาฮิคาวะ เดินทางด้วยทัวร์ในวันที่ 3 หรือไม่ได้ใช้พาสเดินทางไปและกลับสนามบิน ควรบวกราคาตั๋วของเส้นทางจริงก่อนซื้อเสมอ

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้พาส

  • พาสมีอายุเป็นวันปฏิทินติดต่อกัน ไม่ใช่ช่วงเวลา 120 ชั่วโมง
  • รถไฟด่วนพิเศษของ JR Hokkaido ใช้ที่นั่งระบุเลข ควรออกตั๋วที่นั่งก่อนขึ้นรถ
  • สามารถจองที่นั่งล่วงหน้าได้ตั้งแต่ประมาณ 1 เดือนก่อนวันเดินทาง
  • หลังรับพาสแล้ว สามารถออกตั๋วที่นั่งจากเครื่องจำหน่ายตั๋วที่รองรับพาสได้
  • รถไฟใต้ดินและรถรางซัปโปโรไม่รวมใน Hokkaido Rail Pass
  • รถบัสท้องถิ่นไปสวนสัตว์อาซาฮิยามะและโนโบริเบ็ตสึออนเซ็นต้องจ่ายเพิ่ม
  • หากทำพาสสูญหายจะไม่สามารถออกใหม่ได้

สิ่งที่ควรจองก่อนเดินทาง

  1. โรงแรมซัปโปโรใกล้สถานีหรือทางเชื่อมใต้ดิน: ช่วยลดระยะลากกระเป๋าบนหิมะ
  2. เรียวกังโนโบริเบ็ตสึ: ห้องที่รวมอาหารเย็นและอาหารเช้ามักเต็มก่อนห้องพักอย่างเดียว
  3. Hokkaido Rail Pass: ซื้อล่วงหน้าถูกกว่าซื้อที่สถานี
  4. ที่นั่งรถด่วนพิเศษ: โดยเฉพาะซัปโปโร–อาซาฮิคาวะและซัปโปโร–โนโบริเบ็ตสึ
  5. ทัวร์วันเดียว: หากเดินทางช่วงเทศกาลหิมะ วันหยุดยาว หรือไม่ต้องการต่อรถเอง
  6. ร้านอาหารยอดนิยม: ร้านปิ้งย่างเจงกิสข่านและร้านปูบางแห่งรับจองล่วงหน้า

วันที่ 1: สนามบินนิวชิโตเสะไปซัปโปโร

เส้นทางที่แนะนำ

หลังผ่านศุลกากร ให้เดินตามป้าย JR Train ไปยังสถานี New Chitose Airport Station ซึ่งเชื่อมอยู่ภายในอาคารสนามบิน จากนั้นขึ้นรถไฟ Rapid Airport ไปยัง Sapporo Station ใช้เวลาประมาณ 37 นาที ขบวนส่วนใหญ่มีตู้ธรรมดาที่ไม่ต้องจองและตู้ U Seat แบบระบุที่นั่ง

หากมีกระเป๋าใบใหญ่ เดินทางกับเด็ก หรือเป็นช่วงเทศกาล ควรจอง U Seat เพราะตู้ธรรมดาอาจเต็มตั้งแต่สถานีสนามบิน ไม่ควรวางกระเป๋าขวางทางเดินหรือประตูรถไฟ

แพลนครึ่งวันที่ซัปโปโร

  • 13:00 น. ฝากกระเป๋าหรือเช็กอินโรงแรม
  • 14:00 น. เดินเล่นสวนโอโดริและชม Sapporo TV Tower จากภายนอก
  • 15:00 น. แวะหอนาฬิกาซัปโปโรและอาคารศาลาว่าการเก่า หากเปิดให้เข้าชม
  • 17:00 น. เดินย่านทานุกิโคจิ
  • 18:30 น. รับประทานซุปแกง เจงกิสข่าน หรือมิโซะราเม็ง
  • 20:00 น. เดินเล่นซูซูกิโนะก่อนกลับโรงแรม

หากเที่ยวบินถึงหลัง 16:00 น. ให้ตัดสวนโอโดริออกและเน้นรับประทานอาหารกับช้อปปิ้งใกล้โรงแรม ไม่ควรเพิ่มจุดชมวิวกลางแจ้งในคืนแรก เพราะร่างกายยังไม่ชินกับอากาศหนาวและพื้นลื่น

วันที่ 2: เที่ยวโอตารุแบบไปเช้าเย็นกลับ

โอตารุเป็นเมืองที่เที่ยวจากซัปโปโรได้ง่ายที่สุด รถไฟ Rapid Airport หรือรถไฟท้องถิ่นใช้เวลาประมาณ 32–35 นาที เส้นทางบางช่วงวิ่งเลียบทะเล แต่ไม่ควรวางแผนแน่นเกินไป เพราะทางเท้าหิมะทำให้เดินช้ากว่าปกติ

เส้นทางเดินที่ไม่ต้องย้อนกลับ

  1. ขึ้นรถไฟจาก Sapporo Station ไป Otaru Station
  2. รับประทานอาหารเช้าหรืออาหารทะเลที่ตลาดซังคาคุ
  3. เดินลงไปยังคลองโอตารุ
  4. เดินต่อไปยังถนนซาไกมาจิ
  5. แวะร้านเครื่องแก้ว ร้านขนม และ Kitaichi Hall
  6. ชมพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและนาฬิกาไอน้ำ
  7. เดินไป Minami-Otaru Station และขึ้นรถไฟกลับซัปโปโร

การกลับจาก Minami-Otaru Station ช่วยลดการเดินย้อนกลับไป Otaru Station แต่สถานีมีขนาดเล็กและพื้นที่หลบหนาวน้อยกว่า ผู้ที่มีกระเป๋า เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุอาจใช้แท็กซี่กลับ Otaru Station แทน

ตารางเที่ยวโอตารุหนึ่งวัน

  • 08:00 น. ออกจากซัปโปโร
  • 09:00 น. ตลาดซังคาคุ
  • 10:30 น. คลองโอตารุ
  • 11:30 น. ถนนซาไกมาจิและร้านเครื่องแก้ว
  • 13:00 น. รับประทานซูชิหรือข้าวหน้าทะเล
  • 14:30 น. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและร้านขนม
  • 16:00 น. กลับไปคลองโอตารุเพื่อชมแสงช่วงเย็น หรือเดินไปสถานี Minami-Otaru
  • 17:30–18:30 น. กลับถึงซัปโปโร

ควรรอชมคลองโอตารุตอนกลางคืนไหม

ควรรอหากอากาศดีและไม่มีคำเตือนหิมะตกหนัก ช่วงพลบค่ำให้แสงสวยกว่ากลางวัน แต่ต้องตรวจสถานะรถไฟก่อน หากมีพายุหิมะ ไม่ควรอยู่จนดึกเพราะรถไฟกลับซัปโปโรอาจล่าช้าและคนสะสมที่สถานี

วันที่ 3: ซัปโปโร–อาซาฮิคาวะและสวนสัตว์อาซาฮิยามะ

วันที่ 3 เป็นวันที่ใช้เวลาเดินทางมากที่สุด ควรออกจากโรงแรมเช้าและรับประทานอาหารเช้าก่อนขึ้นรถ รถไฟ Limited Express Kamui หรือ Lilac จากซัปโปโรไปอาซาฮิคาวะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที จากนั้นต่อรถบัสจากบริเวณสถานีอาซาฮิคาวะไปสวนสัตว์ประมาณ 40 นาที

เวลาเปิดช่วงฤดูหนาว

สวนสัตว์อาซาฮิยามะเปิดช่วงฤดูหนาวโดยทั่วไปเวลา 10:30–15:30 น. และรับผู้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 15:00 น. จึงไม่เหมาะกับการออกจากซัปโปโรสาย หากพลาดรถบัสช่วงเช้า เวลาชมสวนสัตว์จะสั้นมาก

ค่าเข้ารอบฤดูหนาวปัจจุบันอยู่ที่ 1,000 เยนสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเด็กระดับมัธยมต้นหรือต่ำกว่าเข้าฟรี สวนสัตว์ได้ประกาศปรับค่าเข้าผู้ใหญ่เป็น 1,400 เยนตั้งแต่รอบเปิดฤดูร้อนถัดไป จึงควรตรวจราคาสำหรับวันที่เดินทางอีกครั้ง

เส้นทางเที่ยวภายในสวนสัตว์

  • อาคารเพนกวิน
  • อาคารแมวน้ำ
  • อาคารหมีขั้วโลก
  • ส่วนสัตว์ฮอกไกโด
  • อาคารฮิปโปและยีราฟ
  • ร้านอาหารหรือศูนย์พักในร่ม

สวนสัตว์ตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดเอียง แม้จะมีการจัดการหิมะ แต่ยังต้องเดินขึ้นลงหลายช่วง รองเท้าพื้นเรียบหรือรองเท้าแฟชั่นที่ไม่มีดอกยางไม่เหมาะ รถเข็นเด็กสามารถใช้ได้ในทางเทคนิค แต่การเข็นบนหิมะแน่นอาจเหนื่อยมาก

ขบวนพาเหรดเพนกวิน

กิจกรรมเดินพาเหรดเพนกวินขึ้นอยู่กับปริมาณหิมะ สภาพอากาศ และสุขภาพสัตว์ ไม่ควรจัดตารางทั้งวันโดยยึดเวลาจากรีวิวเก่า ให้ตรวจตารางกิจกรรมของวันนั้นจากเว็บไซต์หรือประกาศหน้าทางเข้า

ทางเลือกที่ง่ายกว่าสำหรับครอบครัว

หากไม่ต้องการจองรถด่วน ต่อรถบัส และควบคุมเวลาเอง สามารถเลือก ทัวร์สวนสัตว์อาซาฮิยามะจากซัปโปโร ทัวร์บางแพ็กเกจเพิ่มบิเอะหรือจุดชมวิวฤดูหนาว แต่ต้องตรวจเวลาที่ได้อยู่ในสวนสัตว์ เพราะแพ็กเกจที่แวะหลายแห่งอาจมีเวลาชมสัตว์น้อยกว่าการเดินทางเอง

รับประทานอะไรที่อาซาฮิคาวะ

หากกลับถึงสถานีอาซาฮิคาวะก่อนเย็น แนะนำให้รับประทานราเม็งอาซาฮิคาวะก่อนกลับซัปโปโร ราเม็งท้องถิ่นมักใช้ซุปโชยุที่ผสมรสจากอาหารทะเลและกระดูกสัตว์ มีชั้นน้ำมันบาง ๆ ช่วยเก็บความร้อน เหมาะกับอากาศหนาว

วันที่ 4: ซัปโปโรไปโนโบริเบ็ตสึออนเซ็น

เช็กเอาต์จากโรงแรมซัปโปโรแล้วขึ้น Limited Express Hokuto หรือ Suzuran ไปยัง Noboribetsu Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากสถานีต้องต่อรถบัสไป Noboribetsu Onsen Bus Terminal อีกประมาณ 15–20 นาที ค่าโดยสารรถบัสไม่รวมใน JR Pass

สถานี JR โนโบริเบ็ตสึไม่ได้อยู่ในย่านออนเซ็น สิ่งที่นักท่องเที่ยวมักเข้าใจผิดคือคิดว่าสามารถเดินจากสถานีไปหุบเขานรกได้ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตรและไม่เหมาะกับการเดิน โดยเฉพาะเมื่อมีหิมะ

ควรฝากกระเป๋าที่ไหน

วิธีที่สะดวกที่สุดคือฝากกระเป๋าที่เรียวกังก่อนเที่ยว หากโรงแรมอยู่ไกลจากสถานีรถบัส ให้ตรวจว่ามีรถรับส่งหรือไม่ ไม่ควรลากกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ไปตามถนนออนเซ็นที่มีหิมะและทางลาด

เส้นทางเที่ยวโนโบริเบ็ตสึช่วงฤดูหนาว

  1. เช็กอินหรือฝากกระเป๋าที่เรียวกัง
  2. เดินผ่านถนนโกคุราคุโดริ
  3. แวะบ่อน้ำพุร้อนเซ็นเก็นและรูปปั้นยักษ์
  4. เดินไปหุบเขานรกจิโกคุดานิ
  5. ชมวิวจากทางเดินหลักและจุดชมวิว
  6. กลับเข้าเมืองก่อนมืด
  7. แช่ออนเซ็นและรับประทานอาหารเย็นที่เรียวกัง

Oyunuma และบ่อแช่เท้าควรไปไหม

ไม่ควรวางแผนเป็นเส้นทางหลักในฤดูหนาว ลานจอดรถ Oyunuma ปิดตามฤดูกาล และทางเดินป่าบางช่วงมีหิมะลึกหรือน้ำแข็ง แม้สถานที่จะไม่ได้ปิดทั้งหมดทุกวัน แต่สภาพจริงอาจไม่เหมาะกับรองเท้าท่องเที่ยวทั่วไป ให้เน้นหุบเขานรกและย่านออนเซ็นแทน

ทำไมควรพักหนึ่งคืน

  • ไม่ต้องรีบกลับไปขึ้นรถไฟช่วงเย็น
  • ได้ใช้เวลาแช่ออนเซ็นหลังเดินกลางหิมะ
  • สัมผัสเรียวกังและอาหารไคเซกิ
  • ถ่ายภาพย่านออนเซ็นช่วงนักท่องเที่ยวแบบวันเดียวกลับไปแล้ว
  • เดินทางไปสนามบินในวันที่ 5 ได้โดยไม่ย้อนกลับซัปโปโร

ทางเลือก: เที่ยวโนโบริเบ็ตสึแบบวันเดียว

หากเที่ยวบินวันที่ 5 ออกก่อนเที่ยง ไม่ควรพักโนโบริเบ็ตสึคืนสุดท้าย ให้เลือกทัวร์วันเดียวจากซัปโปโรในวันที่ 4 แล้วกลับมานอนใกล้ Sapporo Station หรือสนามบินแทน

ทัวร์โนโบริเบ็ตสึและทะเลสาบโทยะจากซัปโปโร เหมาะกับผู้ที่ต้องการชมทั้งหุบเขานรก ทะเลสาบโทยะ และพื้นที่ภูเขาไฟภายในวันเดียว แต่เวลาที่โนโบริเบ็ตสึจะสั้นกว่าการพักค้างคืนและส่วนใหญ่ไม่มีเวลาแช่ออนเซ็นแบบเต็มที่

วันที่ 5: โนโบริเบ็ตสึไปสนามบินนิวชิโตเสะ

หลังรับประทานอาหารเช้าและแช่ออนเซ็นรอบสุดท้าย ให้นั่งรถบัสจาก Noboribetsu Onsen Bus Terminal กลับไปสถานี JR โนโบริเบ็ตสึ จากนั้นขึ้นรถด่วนไป Minami-Chitose Station และเปลี่ยนเป็นรถไฟ Rapid Airport ไปสนามบิน

ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก โดยรวมเวลารอรถบัส การเปลี่ยนรถไฟ ความล่าช้าจากหิมะ และการเดินจากสถานีไปอาคารผู้โดยสาร

เที่ยวบินที่เหมาะกับแผนนี้ควรออกหลังประมาณ 15:00 น. หากเที่ยวบินออกก่อน 13:00 น. การพักโนโบริเบ็ตสึคืนสุดท้ายจะมีความเสี่ยงเกินไป โดยเฉพาะวันที่มีหิมะตกหนัก

ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว

ช่วง ลักษณะการเที่ยว ข้อควรรู้
ต้นธันวาคม เริ่มมีหิมะในหลายพื้นที่ นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงพีค ปริมาณหิมะในตัวเมืองอาจยังไม่สม่ำเสมอ
ปลายธันวาคม–มกราคม บรรยากาศฤดูหนาวชัด หิมะสะสมมาก อากาศหนาวจัดและช่วงปีใหม่สถานที่บางแห่งเปลี่ยนเวลาเปิด
กุมภาพันธ์ มีเทศกาลหิมะและกิจกรรมฤดูหนาวจำนวนมาก โรงแรมแพง คนเยอะ และที่นั่งรถไฟเต็มเร็ว
ต้นมีนาคม ยังมีหิมะ แต่เวลากลางวันยาวขึ้นเล็กน้อย ช่วงกลางวันอาจเกิดหิมะละลายและกลับมาแข็งเป็นน้ำแข็งตอนเย็น

หากต้องการชมเทศกาลหิมะซัปโปโรหรือ Otaru Snow Light Path ต้องตรวจวันจัดงานปี 2026 จากเว็บไซต์ทางการก่อนจองโรงแรม กำหนดการและพื้นที่จัดงานเปลี่ยนได้ทุกปี ไม่ควรใช้วันที่จากรีวิวปีก่อน

การเดินและความยากในฤดูหนาว

ซัปโปโร

บริเวณใจกลางเมืองมีทางเดินใต้ดินเชื่อม Sapporo Station, Odori และ Susukino หลายช่วง เหมาะกับวันที่หิมะตกหนัก แต่ทางขึ้นลงบางจุดมีบันได ควรค้นหาทางออกที่มีลิฟต์หากมีกระเป๋าหรือรถเข็นเด็ก

โอตารุ

เส้นทางหลักค่อนข้างราบ แต่ถนนย่อยบางสายลาดเอียงและมีหิมะอัดแน่น ทางเดินระหว่างคลองกับถนนซาไกมาจิใช้เวลานานกว่าที่แผนที่แสดง ไม่ควรประเมินระยะเดินต่ำเกินไป

สวนสัตว์อาซาฮิยามะ

สวนสัตว์อยู่บนเนิน มีทั้งทางลาดและบันได แม้มีอาคารพักในร่มหลายจุด แต่ต้องออกกลางแจ้งระหว่างโซน ผู้สูงอายุควรวางแผนชมเฉพาะอาคารหลักและพักเป็นระยะ

โนโบริเบ็ตสึ

ทางเดินจากย่านออนเซ็นไปหุบเขานรกไม่ไกล แต่มีความลาดเอียง พื้นไม้และทางเท้าสามารถลื่นได้ จุดชมวิวหลักเข้าถึงง่ายกว่าทางเดินธรรมชาติรอบ Oyunuma

เหมาะกับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวไหม

ครอบครัวที่มีเด็ก

  • เด็กโตที่นั่งรถไฟ 1–2 ชั่วโมงได้จะเที่ยวตามแผนได้ง่ายกว่าเด็กเล็ก
  • รถเข็นเด็กใช้งานยากบนหิมะ ควรใช้เป้อุ้มหรือรถเข็นล้อใหญ่
  • ควรเลือกโรงแรมใกล้สถานีและมีอาหารเช้า
  • ทัวร์รถบัสไปสวนสัตว์หรือโนโบริเบ็ตสึช่วยลดการต่อรถ
  • เตรียมถุงมือสำรอง เพราะเด็กมักทำถุงมือเปียกจากการเล่นหิมะ

ผู้สูงอายุ

  • ควรลดเวลาเดินในโอตารุและใช้แท็กซี่ในช่วงคลอง–สถานี
  • ไม่ควรวางแผน Oyunuma หรือทางเดินป่าฤดูหนาว
  • เลือกเรียวกังที่มีเตียง ลิฟต์ และห้องอาบน้ำส่วนตัวหากไม่สะดวกใช้ห้องแบบญี่ปุ่น
  • พักอาซาฮิคาวะ 1 คืนแทนไปเช้าเย็นกลับ หากนั่งรถไฟระยะยาวแล้วเหนื่อยง่าย

ผู้ใช้รถเข็นหรือมีข้อจำกัดด้านการเดิน

รถไฟหลักและสถานีใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่หิมะบนทางเท้าเป็นอุปสรรคสำคัญกว่าตัวสถานี หุบเขานรกมีทางลาดไปจุดชมวิวหลัก แต่สภาพน้ำแข็งอาจทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มที่ ควรติดต่อโรงแรมและสถานที่ล่วงหน้าเพื่อขอข้อมูลในวันที่เดินทางจริง

ควรพักย่านไหน

ซัปโปโร

ใกล้ Sapporo Station: เหมาะที่สุดสำหรับแพลนนี้ เพราะต้องออกไปโอตารุ อาซาฮิคาวะ และโนโบริเบ็ตสึหลายวัน ลดเวลานั่งรถไฟใต้ดินและลากกระเป๋า

โอโดริ: เหมาะกับผู้ที่เน้นเที่ยวในเมืองและเทศกาลหิมะ แต่วันเดินทางออกต่างเมืองต้องนั่งรถไฟใต้ดินไป Sapporo Station

ซูซูกิโนะ: เหมาะกับอาหารและชีวิตกลางคืน แต่ไม่ใช่ฐานที่สะดวกที่สุดสำหรับทริปที่ขึ้นรถไฟ JR เช้าหลายวัน

โนโบริเบ็ตสึ

เลือกที่พักในย่าน Noboribetsu Onsen ใกล้สถานีรถบัสหรือถนนโกคุราคุโดริ ผู้ที่เดินลำบากควรตรวจระยะจากป้ายรถบัสถึงโรงแรม ไม่ควรพิจารณาจากระยะทางบนแผนที่เพียงอย่างเดียว เพราะถนนบางช่วงเป็นเนิน

อาหารที่ไม่ควรพลาด

  • ซัปโปโร: มิโซะราเม็ง ซุปแกง เจงกิสข่าน ปู และพาร์เฟต์ช่วงกลางคืน
  • โอตารุ: ซูชิ ข้าวหน้าทะเล ขนมชีส และขนมหวานจากร้านท้องถิ่น
  • อาซาฮิคาวะ: ราเม็งโชยุและอาหารย่าง
  • โนโบริเบ็ตสึ: อาหารไคเซกิที่เรียวกัง ผลิตภัณฑ์นม และอาหารที่ใช้วัตถุดิบฮอกไกโด

วันที่ไปโอตารุควรรับประทานอาหารทะเลก่อนเที่ยงหรือหลัง 13:30 น. ร้านยอดนิยมมีคิวยาวช่วงกลางวัน ส่วนวันที่ไปสวนสัตว์ควรพกขนมเล็กน้อย เพราะเวลารอรถบัสและเวลารับประทานอาหารในสวนสัตว์อาจกระทบตารางกลับซัปโปโร

การแต่งตัวและสิ่งที่ควรเตรียม

  • เสื้อชั้นในเก็บความร้อน
  • เสื้อชั้นกลางที่ถอดได้
  • เสื้อกันหนาวที่กันลมและละอองหิมะ
  • รองเท้ากันน้ำที่มีดอกยางลึก
  • อุปกรณ์เสริมกันลื่นสำหรับติดใต้รองเท้า
  • ถุงมือกันน้ำ
  • หมวกปิดหูหรือที่ปิดหู
  • ผ้าพันคอหรือผ้าปิดคอ
  • ถุงเท้าสำรอง
  • ถุงพลาสติกสำหรับใส่เสื้อผ้าหรือถุงมือเปียก
  • พาวเวอร์แบงก์ เพราะแบตเตอรี่ลดเร็วในอากาศหนาว

เสื้อผ้าที่หนามากเพียงชั้นเดียวไม่ยืดหยุ่นเท่าการแต่งหลายชั้น ภายในรถไฟ ร้านค้า และโรงแรมมีเครื่องทำความร้อน หากถอดเสื้อได้ยากจะรู้สึกร้อนและมีเหงื่อ ซึ่งทำให้หนาวมากขึ้นเมื่อออกไปด้านนอก

แผนสำรองเมื่อหิมะตกหนัก

  • ตรวจสถานะ JR Hokkaido ก่อนออกจากโรงแรมทุกเช้า
  • อย่าจองร้านอาหารแบบชำระล่วงหน้าทันทีหลังเวลารถไฟถึง
  • วันที่ไปอาซาฮิคาวะควรเลือกขบวนเช้า ไม่ใช่ขบวนสุดท้ายที่ยังทันสวนสัตว์
  • หากรถไฟไปโอตารุหยุด ให้เปลี่ยนเป็นเที่ยวซัปโปโรในร่ม
  • หากรถไฟไปอาซาฮิคาวะยกเลิก ให้ใช้วันที่ 3 เที่ยวซัปโปโรและตรวจว่าสามารถสลับกับวันที่ 2 ได้หรือไม่
  • อย่าวางแผนเดินทางจากโนโบริเบ็ตสึไปขึ้นเที่ยวบินเช้า
  • เก็บยา เสื้อผ้าสำคัญ และเอกสารไว้ในกระเป๋าถือ ไม่ฝากทั้งหมดในกระเป๋าเดินทาง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว

  1. ใส่เมืองมากเกินไป: บิเอะ ฟุราโนะ และฮาโกดาเตะไม่ควรถูกเพิ่มเข้าแผน 5 วันนี้
  2. คิดว่าระยะทางในฮอกไกโดสั้น: เมืองต่าง ๆ อยู่ไกลกว่าที่ดูจากแผนที่
  3. ไม่จองที่นั่งรถด่วน: รถไฟด่วนพิเศษเป็นขบวนระบุที่นั่งและอาจเต็มช่วงพีค
  4. คิดว่า JR Pass ครอบคลุมทุกอย่าง: รถไฟใต้ดิน รถราง และรถบัสท้องถิ่นหลายเส้นทางต้องจ่ายเพิ่ม
  5. ลากกระเป๋าทุกวัน: หิมะทำให้ล้อกระเป๋าติดและเดินช้ามาก
  6. ใส่รองเท้าผ้าใบพื้นเรียบ: ทางเท้าหิมะอัดแน่นลื่นกว่าหิมะใหม่
  7. พักไกลสถานีเพราะราคาถูกกว่าเล็กน้อย: ระยะเดินเพิ่มเพียง 10 นาทีอาจกลายเป็นภาระเมื่อมีหิมะ
  8. ออกไปสวนสัตว์สาย: เวลาเปิดฤดูหนาวสั้นกว่าฤดูอื่น
  9. พยายามเดินจากสถานีโนโบริเบ็ตสึไปออนเซ็น: สถานีอยู่ห่างจากย่านออนเซ็นหลายกิโลเมตร
  10. ใช้ตารางจากรีวิวเก่า: เวลาเดินรถ ราคา และช่วงจัดกิจกรรมเปลี่ยนได้
  11. จองเที่ยวบินขากลับเช้าเกินไป: ไม่เหลือระยะเผื่อเมื่อเดินทางจากโนโบริเบ็ตสึ
  12. ขับรถฤดูหนาวโดยไม่มีประสบการณ์: ถนนน้ำแข็งดำและทัศนวิสัยต่ำเกิดขึ้นได้แม้ในเส้นทางหลัก

FAQ เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว 5 วัน

1. เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว 5 วันพอไหม

พอสำหรับซัปโปโร โอตารุ อาซาฮิคาวะ และโนโบริเบ็ตสึ แต่ไม่ควรเพิ่มบิเอะ ฟุราโนะ หรือฮาโกดาเตะ

2. ควรพักซัปโปโรกี่คืน

แนะนำ 3 คืน เพื่อใช้เป็นฐานไปโอตารุและอาซาฮิคาวะโดยไม่ย้ายกระเป๋าทุกวัน

3. ควรพักโนโบริเบ็ตสึไหม

ควรพักหากเที่ยวบินขากลับวันที่ 5 ออกหลังประมาณ 15:00 น. และต้องการประสบการณ์เรียวกังกับออนเซ็นเต็มรูปแบบ

4. Hokkaido Rail Pass 5 วันคุ้มไหม

คุ้มสำหรับเส้นทางตัวอย่างเมื่อใช้ทั้งขาเข้าเมือง โอตารุ อาซาฮิคาวะ โนโบริเบ็ตสึ และขาไปสนามบิน มูลค่าตั๋วแยกรวมประมาณ 25,100 เยน เทียบกับพาสซื้อล่วงหน้า 22,000 เยน

5. พาสครอบคลุมรถไฟใต้ดินซัปโปโรไหม

ไม่ครอบคลุม ต้องใช้บัตร IC หรือตั๋วรถไฟใต้ดินแยก

6. พาสครอบคลุมรถบัสไปสวนสัตว์อาซาฮิยามะไหม

ไม่ครอบคลุมรถบัสท้องถิ่นที่ใช้ในเส้นทางหลักนี้ ต้องชำระค่าโดยสารเพิ่ม

7. รถไฟไปอาซาฮิคาวะต้องจองไหม

ควรจอง เพราะรถไฟด่วนพิเศษของ JR Hokkaido เป็นขบวนแบบระบุที่นั่งทั้งหมด

8. สามารถไปสวนสัตว์อาซาฮิยามะจากซัปโปโรแบบวันเดียวได้ไหม

ได้ แต่ต้องออกเช้า ใช้เวลารถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาทีและต่อรถบัสอีกประมาณ 40 นาทีต่อเที่ยว

9. สวนสัตว์อาซาฮิยามะใช้เวลากี่ชั่วโมง

ประมาณ 3–4 ชั่วโมงเหมาะกับการชมอาคารหลักและพักรับประทานอาหาร หากต้องการดูทุกโซนอาจต้องใช้เกือบทั้งช่วงเวลาเปิดฤดูหนาว

10. พาเด็กเล็กไปตามแพลนนี้ได้ไหม

ได้แต่ค่อนข้างเหนื่อย ควรใช้ทัวร์รถบัสในวันที่ไปสวนสัตว์หรือโนโบริเบ็ตสึ และหลีกเลี่ยงการย้ายโรงแรมหลายครั้ง

11. ผู้สูงอายุเที่ยวตามแผนนี้ได้ไหม

ได้หากเดินบนหิมะได้ แต่ควรลดเส้นทางเดินในโอตารุ งด Oyunuma และเลือกเรียวกังใกล้สถานีรถบัส

12. ต้องเช่ารถไหม

ไม่จำเป็น เส้นทางหลักเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสได้ทั้งหมด ผู้ไม่มีประสบการณ์ถนนหิมะไม่ควรเช่ารถขับเอง

13. โอตารุควรเที่ยวครึ่งวันหรือเต็มวัน

แนะนำประมาณ 7–9 ชั่วโมง หากต้องการตลาดอาหารทะเล คลอง ถนนซาไกมาจิ และบรรยากาศช่วงเย็น

14. ควรไปโอตารุตอนกลางวันหรือกลางคืน

ควรไปตั้งแต่เช้าและอยู่ถึงช่วงพลบค่ำ จะได้ทั้งตลาด ร้านค้า และแสงริมคลอง โดยไม่ต้องกลับซัปโปโรดึกเกินไป

15. หุบเขานรกเข้าฟรีไหม

เข้าชมฟรี จุดชมวิวหลักอยู่ไม่ไกลจากย่านออนเซ็น

16. เดินจากสถานี JR โนโบริเบ็ตสึไปหุบเขานรกได้ไหม

ไม่แนะนำ สถานีอยู่ห่างจากย่านออนเซ็นประมาณ 8 กิโลเมตร ควรใช้รถบัสหรือแท็กซี่

17. Oyunuma เปิดในฤดูหนาวไหม

พื้นที่ธรรมชาติไม่ได้มีสถานะเหมือนสถานที่ปิดประตูทั่วไป แต่ลานจอดรถปิดฤดูหนาวและเส้นทางเดินอาจไม่ปลอดภัย จึงไม่ควรใส่เป็นจุดหลักในแผน

18. ควรจองเที่ยวบินกลับกี่โมง

หากพักโนโบริเบ็ตสึคืนสุดท้าย ควรเลือกเที่ยวบินหลังประมาณ 15:00 น. เพื่อมีเวลาเผื่อรถบัส รถไฟ และสภาพอากาศ

19. ถ้าหิมะตกหนักควรทำอย่างไร

ตรวจสถานะ JR Hokkaido ก่อนออกเดินทาง สลับวันโอตารุกับวันเที่ยวซัปโปโรได้ แต่ไม่ควรเสี่ยงเดินทางไกลเพื่อขึ้นเที่ยวบินในช่วงเวลาจำกัด

20. ซื้อพาสผ่าน Klook หรือเว็บไซต์ JR ดีกว่า

ทั้งสองช่องทางใช้แลกรับพาสจริงในญี่ปุ่นได้ ควรเปรียบเทียบราคา เงื่อนไขยกเลิก และสกุลเงินในวันที่ซื้อ ช่องทาง Klook มีหน้าภาษาไทย ส่วนเว็บไซต์ JR เหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดการพาสและจองที่นั่งในระบบเดียว

คำแนะนำสุดท้ายจากกองบรรณาธิการ

แพลนฮอกไกโดหน้าหนาว 5 วันนี้เหมาะกับผู้เดินทางครั้งแรกที่ต้องการเห็นความหลากหลายมากกว่าการพักอยู่เฉพาะซัปโปโร คุณจะได้เมืองท่าหิมะของโอตารุ สัตว์เขตหนาวที่อาซาฮิคาวะ และออนเซ็นภูเขาไฟของโนโบริเบ็ตสึ โดยไม่ต้องขับรถเอง

หัวใจของแผนคือการไม่เพิ่มเมืองอื่น บิเอะ ฟุราโนะ และฮาโกดาเตะล้วนควรได้รับเวลาอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม การใส่เพิ่มจะทำให้ต้องออกก่อนฟ้าสาง กลับดึก และไม่มีระยะเผื่อเมื่อหิมะกระทบการเดินทาง

สำหรับที่พัก ให้เลือกโรงแรมใกล้ Sapporo Station 3 คืนและเรียวกังโนโบริเบ็ตสึ 1 คืน การย้ายโรงแรมเพียงครั้งเดียวช่วยลดปัญหาลากกระเป๋าบนหิมะ และยังทำให้วันที่ไปโอตารุกับอาซาฮิคาวะเริ่มต้นได้เร็ว

Hokkaido Rail Pass 5 วันเหมาะกับเส้นทางนี้มากที่สุดเมื่อใช้ตั้งแต่สนามบินในวันแรกจนถึงวันกลับ หากวันเดินทางจริงมีมากกว่า 5 วันปฏิทิน หรือเลือกทัวร์รถบัสแทนรถไฟหลายวัน ต้องคำนวณใหม่ก่อนซื้อ

ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่ต้องการกังวลเรื่องการต่อรถสามารถใช้ทัวร์วันเดียวสำหรับอาซาฮิคาวะหรือโนโบริเบ็ตสึได้ แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้ง JR Pass และทัวร์สำหรับเส้นทางเดียวกัน เพราะจะจ่ายค่าการเดินทางซ้ำซ้อน

สุดท้าย อย่าวางเที่ยวบินเช้าไว้หลังคืนพักโนโบริเบ็ตสึ การมีระยะเผื่อในวันกลับสำคัญกว่าการเพิ่มสถานที่อีกหนึ่งแห่ง หากเลือกเที่ยวบินหลังช่วงบ่าย จองที่นั่งรถด่วนล่วงหน้า และเตรียมรองเท้ากันลื่น แพลนนี้จะมีจังหวะการเดินทางที่สมดุลที่สุดสำหรับฮอกไกโดหน้าหนาว 5 วัน=