โอตารุอยู่ห่างจากใจกลางซัปโปโรไม่มากและสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถหลายครั้ง สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ วิธีที่สะดวกที่สุดคือรถไฟ JR จาก Sapporo Station ไป Otaru Station หรือ Minami-Otaru Station ใช้เวลาประมาณ 32–50 นาที ขึ้นอยู่กับประเภทขบวน รถบัสทางด่วนเป็นอีกทางเลือกที่ราคาถูกกว่าเล็กน้อย โดยค่าโดยสารเที่ยวเดียวอยู่ที่ 730 เยน และตั๋วไปกลับผู้ใหญ่ราคา 1,360 เยน อย่างไรก็ตาม รถบัสใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และอาจล่าช้าจากการจราจรหรือหิมะ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว สิ่งที่นักท่องเที่ยวมักเข้าใจผิดคือ รถไฟ Rapid Airport ไม่ได้วิ่งต่อไปโอตารุทุกขบวน หากไปเป็นครั้งแรก อย่าดูเพียงชื่อขบวน แต่ควรตรวจสอบว่าปลายทางบนป้ายเป็น Otaru หรือไม่ ส่วนหมายเลขชานชาลาที่ Sapporo Station สามารถเปลี่ยนได้ตามเที่ยวรถ จึงไม่ควรจำหมายเลขจากรีวิวเก่า อีกเรื่องที่ต้องตัดสินใจคือควรลง Otaru Station หรือ Minami-Otaru Station หากต้องการไปคลองโอตารุก่อน ให้ลง Otaru Station แต่ถ้าต้องการเดินเที่ยวแบบไม่ย้อนทาง แนะนำให้ลง Minami-Otaru เดินผ่านพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและถนนซาไกมาจิไปคลองโอตารุ แล้วขึ้นรถกลับจาก Otaru Station สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการรวมสถานที่หลายแห่งในซัปโปโรและโอตารุภายในวันเดียว ทัวร์รถบัสหรือรถเหมาส่วนตัวอาจสะดวกกว่า แต่ต้องแลกกับเวลาอิสระในโอตารุที่น้อยลง
Trip.com โปรโมชันเที่ยวญี่ปุ่น

Table of Contents

สรุปเร็ว: จากซัปโปโรไปโอตารุควรเลือกแบบไหน

ตัวเลือก เวลาโดยประมาณ ค่าใช้จ่ายผู้ใหญ่ การจอง เหมาะกับใคร ข้อจำกัด
รถไฟ JR ขบวนเร็ว ประมาณ 32–40 นาที 800 เยนต่อเที่ยว ไม่ต้องจองสำหรับที่นั่งทั่วไป ผู้เดินทางครั้งแรกและผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา ช่วงคนมากอาจไม่มีที่นั่ง
รถไฟ JR ธรรมดา ประมาณ 45–50 นาที 800 เยนต่อเที่ยว ไม่ต้องจอง ผู้ที่ไม่รีบและขึ้นเที่ยวรถที่สะดวก หยุดหลายสถานี
รถไฟ JR พร้อม u-seat ประมาณ 32–40 นาที 800 เยน และค่าที่นั่งเพิ่ม ควรจอง ผู้มีสัมภาระ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการที่นั่งแน่นอน มีเฉพาะบางขบวนและบางตู้
รถบัสทางด่วน ประมาณ 60 นาที 730 เยนต่อเที่ยว หรือ 1,360 เยนไปกลับ โดยทั่วไปไม่ต้องจอง ผู้พักใกล้จุดขึ้นรถและต้องการประหยัด เสี่ยงรถติดและล่าช้าจากหิมะ
ทัวร์หนึ่งวัน ประมาณ 9–10 ชั่วโมงรวมทริป ขึ้นอยู่กับวันและโปรแกรม ควรจองล่วงหน้า ครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการรวมหลายสถานที่ เวลาในโอตารุถูกกำหนดไว้
รถเช่าหรือรถเหมาส่วนตัว ประมาณ 45–70 นาที ขึ้นอยู่กับรถ ค่าทางด่วน และที่จอดรถ ควรจองล่วงหน้า กลุ่มหลายคนหรือผู้ที่ต้องการเที่ยวรอบนอก ไม่เหมาะกับผู้ไม่มีประสบการณ์ขับรถบนหิมะ
คำแนะนำจากกองบรรณาธิการ: หากเป็นการเดินทางครั้งแรก ให้เลือก JR ขาไปและขากลับ เพราะเร็ว ตารางค่อนข้างถี่ และไม่ต้องกังวลเรื่องรถติด ส่วนรถบัสเหมาะเมื่อโรงแรมอยู่ใกล้ Odori หรือจุดขึ้นรถ และต้องการลดค่าเดินทางเล็กน้อย

ตัวเลือกผ่านลิงก์พันธมิตร: ตั๋วกระเช้าเขาเท็งงุแบบไปกลับเหมาะกับการเที่ยวเอง ส่วนอีกสองรายการเป็นทัวร์คนละเส้นทางที่ออกจากซัปโปโร ไม่ใช่บัตรเดินทางภายในโอตารุ หากพักในโอตารุ ควรตรวจจุดนัดพบก่อน ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปซัปโปโรเพียงเพื่อเข้าร่วมทัวร์ ตรวจภาษาไกด์ ค่าอาหาร ค่าเข้าชม ราคาเด็ก และข้อจำกัดด้านอายุของแพ็กเกจที่เลือก

Klook.com

วิธีที่เร็วและง่ายที่สุด: รถไฟ JR จาก Sapporo ไป Otaru

เส้นทางพื้นฐาน

  1. เดินทางไป Sapporo Station และเข้าสู่พื้นที่สถานี JR
  2. ตรวจสอบป้ายออกเดินทางสำหรับ Hakodate Main Line ฝั่ง Otaru
  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลายทางเป็น Otaru หรือสถานีที่อยู่เลย Sapporo ไปทางตะวันตก
  4. แตะบัตร IC หรือซื้อตั๋วราคา 800 เยน
  5. ขึ้นรถไฟขบวนเร็วหรือขบวนธรรมดาตามเวลาที่สะดวก
  6. ลง Otaru Station หรือ Minami-Otaru Station ตามแผนเที่ยว
รถไฟวิ่งตรงโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน หากเลือกเที่ยวรถถูกต้อง การเดินทางจึงไม่ซับซ้อน แม้จะไม่มีประสบการณ์ใช้รถไฟญี่ปุ่นมาก่อนก็ตาม

Rapid Airport กับรถธรรมดาต่างกันอย่างไร

Rapid Airport ใช้เวลาน้อยกว่าเพราะจอดเฉพาะสถานีหลัก แต่ต้องระวังว่าไม่ใช่ทุกขบวนที่วิ่งระหว่าง Sapporo และ Otaru บางขบวนวิ่งเฉพาะเส้นทางสนามบินนิวชิโตเสะ–ซัปโปโร หรือสิ้นสุดที่สถานีอื่น ก่อนขึ้นรถให้ดูชื่อปลายทางบนจอ หากเห็นคำว่า Otaru สามารถขึ้นได้ หากไม่แน่ใจ ให้ตรวจสอบเส้นทางบนป้ายหรือสอบถามเจ้าหน้าที่แทนการขึ้นตามชื่อ Rapid Airport เพียงอย่างเดียว รถธรรมดาใช้ค่าโดยสารเท่ากัน แต่หยุดหลายสถานีและใช้เวลาประมาณ 45–50 นาที เหมาะเมื่อเวลาออกใกล้กว่าและไม่ต้องการรอขบวนเร็ว

ค่าโดยสารและวิธีซื้อตั๋ว

ประเภทผู้โดยสาร ค่าโดยสารพื้นฐานเที่ยวเดียว หมายเหตุ
ผู้ใหญ่ ประมาณ 800 เยน ใช้ได้กับรถธรรมดาและขบวนเร็วในตู้ที่ไม่ต้องจอง
เด็กอายุ 6–11 ปี ประมาณครึ่งราคาผู้ใหญ่ ใช้อัตราค่าโดยสารเด็กของ JR
เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี อาจไม่เสียค่าโดยสารตามเงื่อนไข ต้องซื้อตั๋วเด็กหากต้องการใช้ที่นั่งจองแยก
สามารถใช้ Kitaca, Suica, PASMO และบัตร IC ที่รองรับได้ เพียงแตะเข้าที่ Sapporo Station และแตะออกที่ Otaru หรือ Minami-Otaru จึงไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วกระดาษ หากใช้ตั๋วเที่ยวเดียว ให้เลือกปุ่มค่าโดยสาร 800 เยนจากเครื่องจำหน่ายตั๋ว หรือค้นหาชื่อสถานี Otaru บนเครื่องที่รองรับภาษาอังกฤษ

ควรจอง u-seat หรือไม่

ตู้ u-seat เป็นตู้ที่นั่งจองของ Rapid Airport บางขบวน เหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประกันที่นั่ง มีผู้สูงอายุร่วมเดินทาง หรือมีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายส่วนที่นั่งจองอยู่ที่ประมาณ 1,000 เยนเมื่อซื้อแบบปกติ หรือประมาณ 800 เยนสำหรับตัวเลือก Ticketless ที่กำหนด รวมกับค่าโดยสารพื้นฐาน 800 เยนแล้วจึงแพงกว่าตู้ทั่วไปอย่างชัดเจน สำหรับทริปทั่วไปที่เดินทางหลังชั่วโมงเร่งด่วนและไม่มีสัมภาระมาก ไม่จำเป็นต้องซื้อ u-seat แต่ถ้าเดินทางเช้าวันหยุด ช่วงเทศกาล หรือฤดูหิมะ การมีที่นั่งแน่นอนช่วยลดความเหนื่อยได้มาก

หมายเลขชานชาลาที่ Sapporo Station

หมายเลขชานชาลาสามารถเปลี่ยนตามเที่ยวรถและการจัดตาราง ไม่ควรใช้หมายเลขจากบทความหรือวิดีโอเก่าเป็นข้อมูลตายตัว ให้ตรวจสอบจอ Departure Board ภายในสถานีโดยมองหาปลายทาง Otaru และเวลาออกของขบวน ควรมาถึงสถานีก่อนรถออกอย่างน้อย 10–15 นาที โดยเฉพาะหากต้องซื้อตั๋ว หาชานชาลา หรือเดินทางพร้อมเด็กและผู้สูงอายุ

ควรลง Otaru Station หรือ Minami-Otaru Station

สถานี เหมาะสำหรับ ระยะเดินหลัก ข้อดี ข้อควรระวัง
Otaru Station คลองโอตารุ ตลาดซังคาคุ และผู้ไปครั้งแรก คลองโอตารุประมาณ 10 นาที สถานีหลัก หาร้านค้า รถบัส และแท็กซี่ง่าย หากไปถนนซาไกมาจิต่อจะต้องเดินไกลขึ้น
Minami-Otaru Station ถนนซาไกมาจิ พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี และเส้นทางเดินไม่ย้อนกลับ แยก Marchen ประมาณ 7–10 นาที เริ่มจากปลายถนนซาไกมาจิแล้วเดินไปคลองโอตารุได้ สถานีเล็กกว่าและต้องเดินลงเนิน

เส้นทางที่แนะนำสำหรับผู้ไปครั้งแรก

หากมีเวลาตั้งแต่ครึ่งวันขึ้นไป แนะนำให้นั่ง JR จาก Sapporo ไปลง Minami-Otaru จากนั้นเดินตามลำดับดังนี้:
  1. Minami-Otaru Station
  2. แยก Marchen
  3. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ
  4. ถนนซาไกมาจิ
  5. ร้านขนมและร้านเครื่องแก้ว
  6. คลองโอตารุ
  7. ตลาดซังคาคุหรือ Otaru Station
  8. ขึ้น JR กลับซัปโปโรจาก Otaru Station
เส้นทางนี้ช่วยลดการเดินย้อนกลับและส่วนใหญ่เป็นการเดินลงจากพื้นที่ Minami-Otaru ไปทางคลอง อย่างไรก็ตาม ระยะเดินรวมอาจเกิน 3 กิโลเมตร จึงควรเลือกเฉพาะจุดสำคัญเมื่อมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุร่วมเดินทาง

ตัวเลือกประหยัด: รถบัสทางด่วนจากซัปโปโรไปโอตารุ

รถบัสทางด่วนเหมาะกับผู้ที่พักใกล้ใจกลางซัปโปโรและไม่ต้องการเดินเข้า Sapporo Station ค่าโดยสารเที่ยวเดียวถูกกว่า JR ประมาณ 70 เยน และตั๋วไปกลับ 1,360 เยนประหยัดกว่าการซื้อ JR ไปกลับ 1,600 เยน

จุดขึ้นรถที่ซัปโปโร

จุดขึ้นรถระหว่างเมืองไปโอตารุอยู่บริเวณ Kita 3 Nishi 1 ใกล้ใจกลางเมือง โดยใช้ป้ายหมายเลข 1 ตามแผนผังปัจจุบัน จุดนี้ไม่ได้อยู่ติดชานชาลา JR ภายใน Sapporo Station ผู้ที่เดินมาจาก Sapporo Station ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 15 นาทีสำหรับออกจากสถานี ข้ามถนน และหาป้าย โดยเฉพาะช่วงที่มีหิมะหรือมีการก่อสร้างรอบสถานี ก่อนขึ้นให้ตรวจสอบชื่อสาย 高速おたる号 และปลายทาง Otaru Station หากจุดขึ้นรถถูกปรับจากการก่อสร้าง ควรยึดแผนผังล่าสุดของผู้ให้บริการเป็นหลัก

ค่าโดยสารและเวลาเดินทาง

  • ผู้ใหญ่เที่ยวเดียว: 730 เยน
  • ตั๋วผู้ใหญ่ไปกลับ: 1,360 เยน
  • เวลาเดินทางปกติ: ประมาณ 60 นาที
  • การจอง: โดยทั่วไปขึ้นตามลำดับคิวและไม่ต้องจอง
  • การชำระเงิน: ใช้เงินสด ตั๋วโดยสาร หรือบัตร IC ที่รองรับ
เมื่อใช้บัตร IC ให้แตะตามขั้นตอนที่กำหนดบนรถ หากซื้อตั๋วไปกลับ ควรเก็บตั๋วขากลับไว้ให้เรียบร้อย

รถบัสเหมาะกว่ารถไฟเมื่อใด

  • โรงแรมอยู่ใกล้ Odori, Sapporo Clock Tower หรือบริเวณ Kita 3 Nishi 1
  • ต้องการประหยัดค่าเดินทางและซื้อไปกลับ
  • ไม่เร่งรีบและแผนเที่ยวมีเวลาสำรอง
  • มีกระเป๋าใหญ่ที่สามารถเก็บในช่องสัมภาระใต้รถ
  • ต้องการลงป้ายที่อยู่ระหว่างทางตามเส้นทางรถบัส

เมื่อใดไม่ควรเลือกรถบัส

  • ต้องเข้าร่วมกิจกรรมที่จองเวลาไว้แน่นอน
  • เดินทางในวันที่หิมะตกหนักหรือสภาพถนนไม่ดี
  • ต้องกลับซัปโปโรช่วงดึก เพราะรถบัสเที่ยวสุดท้ายมักเร็วกว่ารถไฟ
  • เมารถง่าย
  • พักอยู่ติด Sapporo Station ซึ่งขึ้น JR ได้สะดวกกว่า

สัมภาระบนรถบัส

กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สามารถเก็บในช่องสัมภาระใต้รถได้ตามพื้นที่ว่าง แต่ควรนำของมีค่า เอกสารเดินทาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นรถด้วยตนเอง ในช่วงผู้โดยสารหนาแน่น รถอาจเต็มและต้องรอเที่ยวต่อไป หากมีเวลาจองกิจกรรมหรือเที่ยวบินต่อ ไม่ควรวางแผนโดยไม่มีเวลาสำรอง

ทัวร์หนึ่งวันจากซัปโปโรเหมาะกับใคร

ทัวร์หนึ่งวันเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการตรวจสอบตารางรถไฟและรถบัสเอง รวมถึงผู้ที่ต้องการเที่ยวสถานที่รอบซัปโปโร เช่น Hill of the Buddha ศาลเจ้าฮอกไกโด หรือ Shiroi Koibito Park พร้อมกับโอตารุภายในวันเดียว ตัวเลือกที่ตรวจสอบมีจุดนัดพบในบริเวณ Odori และ Sapporo Station โดยรายละเอียดจุดนัดพบอาจต่างกันตามรอบ ควรอ่านคูปองยืนยันและไปถึงก่อนเวลาประมาณ 10–15 นาที ข้อจำกัดสำคัญคือเวลาในโอตารุมักอยู่ประมาณ 2–3 ชั่วโมง จึงเหมาะกับการชมคลอง เดินถนนซาไกมาจิ และซื้อของ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารแบบไม่เร่งรีบ ล่องคลอง และเที่ยวพิพิธภัณฑ์หลายแห่งพร้อมกัน

JR Hokkaido Rail Pass คุ้มสำหรับเส้นทางนี้หรือไม่

หากเดินทางเพียง Sapporo–Otaru ไปกลับ ค่าโดยสาร JR รวมประมาณ 1,600 เยน การซื้อพาสรถไฟหลายวันเพื่อใช้เพียงเส้นทางนี้จึงไม่คุ้ม JR Hokkaido Rail Pass มีประโยชน์เมื่อแผนเดินทางรวมเส้นทางระยะไกลหลายเที่ยว เช่น ซัปโปโร–อาซาฮิกาวะ ซัปโปโร–ฮาโกดาเตะ หรือเส้นทางอื่นที่มีค่าโดยสารสูง
รูปแบบแผน คำแนะนำ
ซัปโปโร–โอตารุไปกลับอย่างเดียว ซื้อตั๋วปกติหรือใช้บัตร IC
โอตารุและสนามบินนิวชิโตเสะ คำนวณตั๋วแยกก่อน พาสยังอาจไม่คุ้ม
โอตารุ อาซาฮิกาวะ และเมืองระยะไกลอื่น เริ่มมีโอกาสที่พาสจะช่วยประหยัด
เดินทางด้วยรถเช่าเกือบทุกวัน ไม่ควรซื้อพาสรถไฟ
ก่อนซื้อพาส ให้นำค่าโดยสารของทุกเส้นทางมารวมกันและตรวจสอบว่าพาสครอบคลุมวันเดินทางทั้งหมด ไม่ควรซื้อเพียงเพราะเห็นคำว่า Hokkaido Rail Pass

โปรแกรมเที่ยวโอตารุครึ่งวันจากซัปโปโร

โปรแกรมครึ่งวันเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมคลอง ถนนซาไกมาจิ และรับประทานของหวาน โดยควรมีเวลารวมอย่างน้อย 5–6 ชั่วโมงนับจากออกจากซัปโปโร
เวลาโดยประมาณ แผนเที่ยว
08:30 น. ออกจาก Sapporo Station ด้วย JR
09:15 น. ถึง Minami-Otaru Station
09:30 น. เที่ยวพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและแยก Marchen
10:15 น. เดินถนนซาไกมาจิ แวะร้านขนมและเครื่องแก้ว
11:45 น. คลองโอตารุและโกดังอิฐ
12:30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13:45 น. เดินไป Otaru Station
14:00–14:30 น. ขึ้น JR กลับซัปโปโร
โปรแกรมนี้ไม่เหมาะกับการเพิ่มพิพิธภัณฑ์หลายแห่งหรือล่องคลอง หากมีเวลาจำกัด ควรเลือกระหว่างมื้ออาหารเต็มรูปแบบกับกิจกรรมที่ต้องจองเวลา

โปรแกรมเที่ยวโอตารุเต็มวัน

เวลาโดยประมาณ แผนเที่ยว
07:30 น. ออกจาก Sapporo Station
08:15 น. ถึง Otaru Station และรับประทานอาหารที่ตลาดซังคาคุ
09:30 น. เดินชมคลองโอตารุและโกดังอิฐ
10:30 น. ชมทางรถไฟเก่า Temiya Line
11:30 น. เดินถนนซาไกมาจิและรับประทานอาหารกลางวัน
13:30 น. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ร้านเครื่องแก้ว หรือร้านขนม
15:00 น. ล่องคลองหรือทำกิจกรรมที่จองไว้
16:30 น. กลับไปบริเวณคลองเพื่อชมแสงช่วงเย็น
18:00–19:00 น. รับประทานอาหารเย็นหรือขึ้น JR กลับซัปโปโร
ผู้ที่ต้องการจองทั้งการล่องคลองและกิจกรรมทำตราประทับ สามารถตรวจสอบแพ็กเกจที่รวมกิจกรรมไว้ในช่วงเดียวกัน เพื่อลดการจัดการจองหลายรายการ

เที่ยวโอตารุในฤดูหนาวต้องวางแผนต่างอย่างไร

ฤดูหนาวเป็นช่วงที่บรรยากาศคลองโอตารุโดดเด่น แต่การเดินทางและการเดินเท้ายากกว่าฤดูอื่น ทางเท้าบางช่วงมีหิมะอัดแน่น น้ำแข็ง หรือพื้นลื่น โดยเฉพาะถนนลาดจากสถานีลงสู่คลอง

เลือกรถไฟหรือรถบัสในวันที่หิมะตก

โดยทั่วไป JR ยังเป็นตัวเลือกแรกเพราะไม่ขึ้นกับสภาพการจราจรบนทางด่วน แต่รถไฟก็สามารถล่าช้าหรือหยุดให้บริการเมื่อมีหิมะหนักและลมแรงได้ จึงควรตรวจสอบสถานะการเดินรถก่อนออกจากโรงแรม รถบัสอาจใช้เวลานานกว่าปกติจากสภาพถนน หากมีร้านอาหาร กิจกรรม หรือรถเที่ยวต่อที่จองเวลาไว้ ควรหลีกเลี่ยงการจัดตารางต่อกันโดยไม่มีเวลาสำรอง

รองเท้าและการเดิน

  • ใช้รองเท้าพื้นยึดเกาะดีหรืออุปกรณ์กันลื่นแบบสวม
  • ไม่ควรลากกระเป๋าเดินทางบนหิมะตลอดถนนซาไกมาจิ
  • เพิ่มเวลาเดินจากแผนปกติอย่างน้อย 20–30%
  • พักเป็นช่วง ๆ ในร้านค้าแทนการเดินต่อเนื่องนานเกินไป
  • กลับสถานีก่อนเวลารถที่ตั้งใจอย่างน้อยหนึ่งเที่ยว

การเดินทางพร้อมกระเป๋าเดินทาง

แม้จะสามารถนำกระเป๋าเดินทางขึ้น JR ได้ แต่ตู้โดยสารทั่วไปไม่ได้รับประกันพื้นที่วางกระเป๋าขนาดใหญ่ หากเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน การลากกระเป๋าเข้าออกตู้รถไฟจะไม่สะดวก ทางเลือกที่เหมาะสมเรียงตามระดับความสะดวกคือ:
  1. ฝากกระเป๋าที่โรงแรมหรือสถานีซัปโปโรก่อนเดินทาง
  2. จอง u-seat บนขบวนที่รองรับ
  3. ใช้รถบัสและเก็บกระเป๋าในช่องสัมภาระใต้รถ
  4. ใช้รถเหมาส่วนตัวเมื่อเดินทางหลายคนหรือย้ายโรงแรม
หากโอตารุเป็นเพียงทริปหนึ่งวัน ไม่แนะนำให้นำกระเป๋าใบใหญ่ไปด้วย เพราะถนนบางช่วงเป็นพื้นหิน ทางลาด และอาจมีหิมะ การฝากกระเป๋าไว้ที่ซัปโปโรช่วยให้เที่ยวได้สะดวกกว่าอย่างชัดเจน

เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีข้อจำกัดด้านการเดิน

ครอบครัวที่มีเด็ก

รถไฟ JR เหมาะกับครอบครัวเพราะใช้เวลาเดินทางสั้นและสามารถเลือกกลับได้หลายเที่ยว หากมีรถเข็นเด็ก ควรหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนและไม่วางแผนเดินตลอดเส้นทาง Minami-Otaru–Sakaimachi–คลองโดยไม่มีจุดพัก เด็กเล็กอาจเหนื่อยจากการเดินในถนนซาไกมาจิและรอคิวร้านขนม โปรแกรมครึ่งวันควรเลือกเพียงคลอง ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

ผู้สูงอายุ

หากเดินได้ในระยะปานกลาง แนะนำให้นั่ง JR พร้อมที่นั่งจองหรือเดินทางหลังช่วงเร่งด่วน แล้วลง Otaru Station เพื่อเดินตรงไปคลองประมาณ 10 นาที วิธีนี้มีเส้นทางเรียบง่ายกว่าการลง Minami-Otaru และเดินตลอดถนนซาไกมาจิ สามารถใช้แท็กซี่จาก Otaru Station ไปคลอง ถนนซาไกมาจิ หรือ Mt. Tengu เพื่อประหยัดแรง ไม่จำเป็นต้องพยายามเดินครบทุกจุด

รถเหมาส่วนตัวเหมาะเมื่อใด

รถเหมาส่วนตัวเหมาะกับครอบครัวหลายรุ่น กลุ่มประมาณ 4 คนขึ้นไป ผู้ที่มีสัมภาระ หรือผู้ที่ต้องการรวมโอตารุกับสถานที่นอกเส้นทางรถไฟ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเดินทางสาธารณะ แต่ช่วยลดการเดินและสามารถปรับเวลาหยุดพักได้

ขับรถจากซัปโปโรไปโอตารุ

การขับรถใช้เวลาประมาณ 45–70 นาที ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น สภาพการจราจร และเส้นทาง การใช้ทางด่วนช่วยลดเวลา แต่มีค่าทางด่วนและต้องจ่ายค่าจอดรถในโอตารุ รถเช่ามีประโยชน์เมื่อเดินทางต่อไป Yoichi, Shakotan, Nikka Whisky Yoichi Distillery หรือจุดชมวิวที่เข้าถึงด้วยรถไฟไม่สะดวก แต่หากเที่ยวเพียงคลองโอตารุและถนนซาไกมาจิ รถไฟง่ายกว่าและไม่ต้องหาที่จอดรถ ในฤดูหนาว ไม่แนะนำให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ขับรถบนหิมะเช่ารถเพื่อเส้นทางนี้เพียงอย่างเดียว ถนนอาจลื่น ทัศนวิสัยลดลง และต้องเผื่อระยะเบรกมากกว่าปกติ

เดินทางตรงจากสนามบินนิวชิโตเสะไปโอตารุได้หรือไม่

Rapid Airport บางขบวนวิ่งตรงจาก New Chitose Airport ผ่าน Sapporo ไป Otaru โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ เหมาะกับผู้ที่พักโอตารุคืนแรกหรือวันสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกขบวนที่วิ่งถึง Otaru หากเที่ยวรถที่เลือกสิ้นสุดที่ Sapporo หรือสถานีอื่น จะต้องเปลี่ยนรถที่ Sapporo Station จึงควรตรวจสอบปลายทางก่อนขึ้นจากสนามบิน หากเพิ่งเดินทางมาถึงญี่ปุ่นพร้อมกระเป๋าใหญ่ ไม่แนะนำให้แวะเที่ยวโอตารุหลายชั่วโมงก่อนเข้าโรงแรม เว้นแต่มีที่ฝากกระเป๋าหรือจองที่นั่งและวางแผนสัมภาระไว้แล้ว

ตัวเลือกผ่านลิงก์พันธมิตรสำหรับเที่ยวโอตารุร่วมกับพื้นที่ชาคุทัน: ทั้งสามรายการออกจากซัปโปโรและมีตัวเลือกเส้นทางต่างกัน ไม่ใช่ทุกแพ็กเกจจะรวมถ้ำสีน้ำเงิน เขาเท็งงุ และแหลมคามุอิทั้งหมด จุดเที่ยวริมทะเลและเรืออาจเปลี่ยนตามสภาพอากาศ ตรวจวันที่ จุดนัดพบ ระยะเวลา ภาษา และสิ่งที่รวมก่อนจอง

Klook.com

สถานที่ใกล้เคียงที่สามารถรวมในวันเดียว

Shiroi Koibito Park

สามารถแวะก่อนหรือหลังโอตารุได้ แต่การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะต้องเปลี่ยนระหว่างรถไฟใต้ดินกับ JR หากต้องการเที่ยวทั้งสองแห่งแบบไม่วางแผนเส้นทางเอง ทัวร์หนึ่งวันอาจสะดวกกว่า

Yoichi

Yoichi อยู่เลยโอตารุไปทางตะวันตก เหมาะกับผู้สนใจโรงกลั่น วิสกี้ หรือบรรยากาศเมืองชายฝั่ง ควรจัดเป็นทริปเต็มวันและตรวจสอบรอบรถไฟหรือรถบัสล่วงหน้า

Shakotan และ Cape Kamui

ชายฝั่ง Shakotan เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะค่อนข้างใช้เวลาและมีรถไม่ถี่ การเช่ารถหรือเข้าร่วม ทัวร์ Cape Kamui โอตารุ และล่องคลอง ช่วยรวมหลายจุดได้ง่ายกว่า ทัวร์ลักษณะนี้เน้นชายฝั่งและมีเวลาในโอตารุจำกัด จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินร้านค้าและพิพิธภัณฑ์อย่างละเอียด

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอตารุ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอยู่ห่างจากใจกลางเมืองและต้องต่อรถบัสจากบริเวณ Otaru Station หากจะเพิ่มในทริป ควรจัดเวลาเต็มวันและออกจากซัปโปโรตั้งแต่เช้า

จำเป็นต้องพักค้างคืนในโอตารุหรือไม่

สำหรับคลองโอตารุ ถนนซาไกมาจิ และอาหารทะเล ไม่จำเป็นต้องพักค้างคืน รถไฟกลับซัปโปโรมีให้เลือกถึงช่วงค่ำและการเดินทางใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง การพักหนึ่งคืนเริ่มมีประโยชน์เมื่อ:
  • ต้องการถ่ายภาพคลองช่วงเช้าก่อนกรุ๊ปทัวร์มาถึง
  • ต้องการชมแสงยามค่ำโดยไม่รีบกลับ
  • วางแผนไป Yoichi หรือ Shakotan ในวันถัดไป
  • ต้องการรับประทานอาหารเย็นและดื่มโดยไม่กังวลเรื่องรถขากลับ
  • เดินทางช่วงกิจกรรมฤดูหนาวที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
สำหรับทริปแรกที่มีเวลาฮอกไกโดจำกัด การใช้ซัปโปโรเป็นฐานยังสะดวกกว่า เพราะมีโรงแรม ร้านอาหาร และเส้นทางรถไฟไปเมืองอื่นให้เลือกมากกว่า

ข้อผิดพลาดที่นักท่องเที่ยวครั้งแรกควรหลีกเลี่ยง

  1. ขึ้น Rapid Airport โดยไม่ดูปลายทาง: ไม่ใช่ทุกขบวนวิ่งถึง Otaru
  2. จำหมายเลขชานชาลาจากรีวิวเก่า: ชานชาลาสามารถเปลี่ยนตามเที่ยวรถ
  3. ลง Otaru Station แล้วเดินไปกลับถนนซาไกมาจิ: ทำให้เสียแรงและย้อนทางโดยไม่จำเป็น
  4. คิดว่าทริปครึ่งวันหมายถึงอยู่โอตารุเพียง 2 ชั่วโมง: เมื่อรวมเวลาเดินทางและเดินในเมือง ควรเผื่ออย่างน้อย 5–6 ชั่วโมง
  5. ซื้อ JR Pass เพื่อเส้นทางนี้เพียงอย่างเดียว: ค่าโดยสารไปกลับปกติเพียงประมาณ 1,600 เยน
  6. ลากกระเป๋าใบใหญ่เที่ยวทั้งเมือง: ทางลาด พื้นหิน และหิมะทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก
  7. เลือกรถบัสเมื่อมีเวลาจองกิจกรรมต่อเนื่อง: รถติดอาจทำให้พลาดรอบ
  8. ไม่ตรวจสอบรถเที่ยวสุดท้าย: ตารางรถบัสและรถไฟเปลี่ยนตามฤดูกาล
  9. ใส่รองเท้าพื้นเรียบในฤดูหนาว: บริเวณลาดจากสถานีมีโอกาสลื่น
  10. เพิ่ม Yoichi หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในโปรแกรมครึ่งวัน: เวลาจะเร่งเกินไป
  11. จองทัวร์โดยไม่อ่านเวลาอิสระในโอตารุ: บางโปรแกรมให้เวลาเพียงพอสำหรับจุดหลักเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินทางจากซัปโปโรไปโอตารุ

จากซัปโปโรไปโอตารุใช้เวลากี่นาที

รถไฟขบวนเร็วใช้เวลาประมาณ 32–40 นาที รถธรรมดาประมาณ 45–50 นาที และรถบัสประมาณ 60 นาทีเมื่อการจราจรปกติ

รถไฟจากซัปโปโรไปโอตารุราคาเท่าไร

ค่าโดยสารผู้ใหญ่ประมาณ 800 เยนต่อเที่ยว หรือประมาณ 1,600 เยนไปกลับ หากไม่ใช้พาส

รถบัสถูกกว่ารถไฟหรือไม่

ถูกกว่าเล็กน้อย รถบัสราคา 730 เยนต่อเที่ยว และตั๋วไปกลับผู้ใหญ่ 1,360 เยน แต่ใช้เวลานานกว่าและอาจล่าช้าจากการจราจร

ต้องจองรถไฟล่วงหน้าหรือไม่

ไม่ต้องจองสำหรับรถธรรมดาและตู้ทั่วไปของขบวนเร็ว สามารถแตะบัตร IC แล้วขึ้นรถได้ หากต้องการ u-seat จึงค่อยจองที่นั่งเพิ่มเติม

Rapid Airport ทุกขบวนไป Otaru หรือไม่

ไม่ใช่ทุกขบวน ต้องตรวจสอบปลายทางบนป้ายก่อนขึ้น บางขบวนสิ้นสุดที่ Sapporo หรือสถานีอื่น

ใช้ Suica หรือ PASMO ได้หรือไม่

ใช้ได้ในเส้นทาง Sapporo–Otaru ทั้งขาเข้าและขาออก เพียงตรวจสอบยอดเงินให้เพียงพอ

ควรลง Otaru หรือ Minami-Otaru

ลง Otaru หากต้องการไปคลองหรือตลาดซังคาคุก่อน ลง Minami-Otaru หากต้องการเริ่มจากพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและเดินถนนซาไกมาจิแบบไม่ย้อนทาง

จาก Otaru Station เดินไปคลองไกลไหม

ใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยเดินตามถนนหลักจากสถานีลงไปทางทะเล

เที่ยวโอตารุครึ่งวันเพียงพอหรือไม่

เพียงพอสำหรับคลอง ถนนซาไกมาจิ และอาหารหนึ่งมื้อ แต่ควรมีเวลารวมจากซัปโปโรอย่างน้อย 5–6 ชั่วโมง

ควรออกจากซัปโปโรกี่โมง

สำหรับทริปเต็มวันควรออกประมาณ 07:30–08:30 น. หากมีเพียงครึ่งวัน ควรออกไม่เกินช่วงสายเพื่อให้ร้านค้าและร้านอาหารยังเปิดครบ

ใช้ JR Hokkaido Rail Pass ได้หรือไม่

ใช้ได้หากประเภทพาสครอบคลุมเส้นทาง แต่ไม่ควรซื้อพาสเพื่อใช้ Sapporo–Otaru ไปกลับเพียงอย่างเดียว

รถไฟมีที่วางกระเป๋าใหญ่หรือไม่

ตู้ทั่วไปมีพื้นที่จำกัดและไม่รับประกันช่องวางกระเป๋า ตู้ u-seat บางขบวนเหมาะกับสัมภาระมากกว่า หรือควรฝากกระเป๋าไว้ที่ซัปโปโร

รถบัสต้องจองล่วงหน้าหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ต้องจองและขึ้นตามลำดับคิว หากรถเต็มอาจต้องรอเที่ยวถัดไป

รถบัสขึ้นที่ Sapporo Station หรือไม่

ป้ายใช้ชื่อ Sapporo Ekimae แต่จุดขึ้นรถอยู่บริเวณ Kita 3 Nishi 1 และไม่ได้อยู่ภายในอาคารชานชาลา JR ควรเผื่อเวลาเดินหาป้าย

เดินทางกับเด็กควรใช้รถไฟหรือรถบัส

รถไฟเหมาะกว่าในกรณีส่วนใหญ่เพราะใช้เวลาสั้นและกลับได้หลายเที่ยว รถบัสเหมาะเมื่อจุดขึ้นรถอยู่ใกล้โรงแรมและเด็กนั่งรถได้นาน

ผู้สูงอายุควรเลือกแบบใด

แนะนำ JR พร้อม u-seat หรือเดินทางช่วงนอกเวลาเร่งด่วน จากนั้นลง Otaru Station และใช้แท็กซี่ช่วยในบางช่วงหากไม่ต้องการเดินไกล

รถเข็นเด็กใช้ได้หรือไม่

ใช้ได้ แต่ถนนซาไกมาจิและทางเดินบางช่วงอาจไม่ราบเรียบ ฤดูหนาวมีหิมะและน้ำแข็งทำให้เข็นยากกว่าปกติ

ฝนตกยังเที่ยวโอตารุได้หรือไม่

เที่ยวได้ เพราะมีร้านค้า พิพิธภัณฑ์ และร้านอาหารจำนวนมาก แต่คลองและการเดินถนนซาไกมาจิจะไม่สะดวก ควรลดระยะเดินและเตรียมร่มที่ทนลม

หิมะตกควรใช้รถไฟหรือรถบัส

โดยทั่วไปเลือกรถไฟก่อน แต่ทั้งสองระบบอาจล่าช้าหรือหยุดเดินรถเมื่ออากาศรุนแรง ต้องตรวจสอบสถานะในวันเดินทาง

สามารถเดินทางตรงจากสนามบินนิวชิโตเสะไปโอตารุได้หรือไม่

ได้ในบางเที่ยวของ Rapid Airport แต่ไม่ใช่ทุกขบวน ต้องตรวจสอบว่าปลายทางเป็น Otaru หากไม่ใช่ให้เปลี่ยนรถที่ Sapporo Station

จำเป็นต้องพักโอตารุหนึ่งคืนหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับสถานที่หลัก การพักค้างคืนเหมาะเมื่ออยากชมเมืองเช้าตรู่และกลางคืน หรือต้องการเดินทางต่อไป Yoichi และ Shakotan

ทัวร์หนึ่งวันดีกว่าเที่ยวเองหรือไม่

ทัวร์เหมาะเมื่ออยากรวมหลายสถานที่และไม่ต้องการวางแผนรถ ส่วนเที่ยวเองเหมาะกว่าเมื่ออยากใช้เวลาในโอตารุอย่างยืดหยุ่น

ควรจองทัวร์ล่วงหน้านานเท่าไร

ช่วงวันหยุด เทศกาล และฤดูหิมะควรจองทันทีเมื่อกำหนดวันได้ เพราะรถและภาษาของไกด์ที่ต้องการอาจเต็มก่อน

รถเที่ยวสุดท้ายกลับซัปโปโรกี่โมง

เวลาต่างกันตามวันและฤดูกาล โดยทั่วไป JR มีรถกลับดึกกว่ารถบัส ไม่ควรยึดเวลาเดิมตลอดปี ให้ตรวจสอบตารางในวันเดินทางและเลือกกลับก่อนเที่ยวสุดท้ายอย่างน้อยหนึ่งขบวน

สรุปคำแนะนำจากกองบรรณาธิการ

สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ รถไฟ JR เป็นวิธีเดินทางจากซัปโปโรไปโอตารุที่เหมาะที่สุด ใช้เวลาเพียงประมาณ 32–50 นาที ไม่ต้องเปลี่ยนรถ และสามารถใช้บัตร IC ได้ สิ่งที่สำคัญกว่าการเลือกระหว่างขบวนเร็วกับรถธรรมดาคือการตรวจสอบปลายทาง รถที่มีชื่อ Rapid Airport ไม่ได้วิ่งต่อถึง Otaru ทุกเที่ยว และหมายเลขชานชาลาที่ Sapporo Station อาจเปลี่ยนได้ หากมีเวลาครึ่งวันขึ้นไป ให้ลง Minami-Otaru แล้วเดินผ่านพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ถนนซาไกมาจิ และคลอง ก่อนกลับจาก Otaru Station เส้นทางนี้ช่วยลดการเดินย้อนกลับและเหมาะกับผู้ไปครั้งแรก รถบัสเหมาะกับผู้ที่พักใกล้จุดขึ้นรถและต้องการประหยัดค่าโดยสาร โดยเฉพาะเมื่อซื้อตั๋วไปกลับ แต่ไม่ควรเลือกเมื่อมีตารางกิจกรรมที่กำหนดเวลาแน่นอนหรือเดินทางในวันที่สภาพถนนไม่ดี ทัวร์หนึ่งวันช่วยลดขั้นตอนการเดินทางและเหมาะกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุที่ต้องการรวมหลายสถานที่ แต่ผู้ที่อยากรับประทานอาหาร เดินร้านค้า และถ่ายภาพคลองอย่างไม่เร่งรีบควรเที่ยวด้วย JR เอง JR Hokkaido Rail Pass ไม่คุ้มสำหรับเส้นทางซัปโปโร–โอตารุเพียงอย่างเดียว ควรซื้อเมื่อมีแผนเดินทางระยะไกลหลายเที่ยวภายในช่วงอายุพาส สุดท้าย ควรตรวจสอบตารางรถขากลับและสถานะการเดินรถในวันจริง โดยเฉพาะฤดูหนาว และไม่ควรวางแผนขึ้นรถเที่ยวสุดท้าย เพราะความล่าช้าจากหิมะหรือการเดินกลับสถานีช้ากว่าคาดสามารถทำให้ทริปยุ่งยากได้