รถไฟ Romancecar ที่วิ่งตรงถึงสถานีฮาโกเน่-ยุโมโตะเป็นจุดเริ่มต้นที่จัดการง่าย เพราะมีที่นั่งระบุไว้และไม่ต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง แต่ถ้าพักใกล้สถานีโตเกียวหรือชินากาวะ การขึ้นชินคันเซ็นไปต่อรถที่โอดาวาระอาจเข้ากับตำแหน่งโรงแรมมากกว่า ไม่จำเป็นต้องย้อนมาชินจูกุเสมอไป
จุดที่มักเข้าใจผิดคือ “ถึงฮาโกเน่” ไม่ได้แปลว่าถึงทะเลสาบอาชิหรือโรงแรมแล้ว สถานีฮาโกเน่-ยุโมโตะเป็นจุดต่อรถสำคัญ หากจะไปโกระ โอวาคุดานิ หรือริมทะเลสาบ ยังต้องนั่งรถไฟภูเขา รถบัส หรือกระเช้าต่ออีกช่วงหนึ่ง เวลาบนรถไฟจากโตเกียวจึงไม่ใช่เวลาเดินทางทั้งหมดของวัน
คนที่เน้นประหยัดเลือกรถไฟธรรมดาของโอดะคิวได้ ส่วนคนที่พักแถวเซ็นโกคุฮาระหรือโทเก็นไดควรเปรียบเทียบรถบัสทางด่วนจากชินจูกุด้วย เพราะปลายทางอยู่คนละฝั่งกับฮาโกเน่-ยุโมโตะ ทางเลือกที่เหมาะจึงขึ้นอยู่กับทั้งสถานีต้นทางและที่พักปลายทาง ไม่ใช่ดูว่าตั๋วแบบใดถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว
เรื่องตั๋วต้องแยกให้ชัด: Hakone Freepass ไม่รวมค่ารถด่วนพิเศษ Romancecar ราคาพาสแบบ 2 วันจากชินจูกุสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 7,100 เยน หากใช้ Romancecar ต้องเพิ่มตั๋วรถด่วนพิเศษพร้อมระบุที่นั่งอีกต่างหาก ขณะเดียวกัน คนที่ไปเพียงย่านฮาโกเน่-ยุโมโตะอาจไม่จำเป็นต้องซื้อพาสเลย
สำหรับการเดินทางช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2026 มีทั้งประกาศงานถนนบนเส้นทางรถบัส การเปลี่ยนตารางรถบัสบางสาย และการปิดซ่อมกระเช้าเฉพาะช่วงในเดือนธันวาคม จึงควรเลือกเส้นทางตามวันที่เดินทางจริง โดยเฉพาะคนที่มีนัดหรือเที่ยวบินหลังกลับถึงโตเกียว รายละเอียดที่มีผลต่อแผนอยู่ในหัวข้อสภาพการเดินทางด้านล่าง
เที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับทำได้เมื่อออกเช้าและเลือกจุดเที่ยวไม่แน่นเกินไป แต่ถ้าอยากแช่ออนเซ็นและใช้เวลาในโรงแรม การค้างหนึ่งคืนจะผ่อนคลายกว่า ส่วนคนที่ต้องการรวมภูเขาไฟฟูจิกับฮาโกเน่โดยไม่จัดการจุดต่อรถเอง อาจพิจารณา ทัวร์ฟูจิ–ฮาโกเน่แบบหนึ่งวันจากโตเกียว ซึ่งเป็นคนละรูปแบบกับการเที่ยวรอบฮาโกเน่ด้วยพาส
ข้อมูลตรวจสอบล่าสุดวันที่ 29 กันยายน 2026 เวลาที่ระบุเป็นเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น และค่าใช้จ่ายเป็นเงินเยน บางลิงก์ในหน้านี้อาจทำให้เว็บไซต์ได้รับค่าตอบแทนจากการจอง
โตเกียวไปฮาโกเน่ เลือกวิธีไหนเหมาะกับแผนของคุณ
ตารางนี้เปรียบเทียบการเดินทางถึงสถานีฮาโกเน่-ยุโมโตะ ยกเว้นรถบัสที่ระบุปลายทางเป็นโทเก็นได ราคาเป็นผู้ใหญ่เที่ยวเดียวและยังไม่รวมการเที่ยวต่อในฮาโกเน่ เวลาที่รวมการเปลี่ยนรถเป็นช่วงประมาณสำหรับวางแผน ไม่ใช่การรับประกันว่าจะต่อรถได้ทันทุกขบวน
| วิธีเดินทาง | เส้นทางและเวลาประมาณ | ค่าโดยสารอ้างอิง | การเปลี่ยนรถและจองที่นั่ง | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|
| Romancecar จากชินจูกุ | ชินจูกุ → ฮาโกเน่-ยุโมโตะ ส่วนใหญ่ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที–1 ชั่วโมง 50 นาที ตามขบวน | 2,470 เยน แบบตั๋วกระดาษ รวมค่าโดยสารพื้นฐานและค่ารถด่วนพิเศษ | ไม่ต้องเปลี่ยนรถเมื่อเลือกขบวนปลายทางฮาโกเน่-ยุโมโตะ ทุกที่นั่งต้องระบุล่วงหน้า | ผู้เดินทางครั้งแรก ครอบครัว และคนที่ให้ความสำคัญกับการมีที่นั่งตลอดทาง |
| รถไฟธรรมดาโอดะคิว | ชินจูกุ → โอดาวาระ → ฮาโกเน่-ยุโมโตะ ประมาณ 2 ชั่วโมง | 1,270 เยน แบบตั๋วกระดาษ | โดยทั่วไปเปลี่ยนที่โอดาวาระ ไม่มีการจองที่นั่ง | คนเน้นประหยัดและถือสัมภาระไม่มาก |
| ชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียว | โตเกียว → โอดาวาระ → ฮาโกเน่-ยุโมโตะ เผื่อรวมประมาณ 60–80 นาที | ตัวอย่าง 3,640 เยน: ชินคันเซ็นแบบไม่ระบุที่นั่งผ่าน SmartEX 3,280 เยน + รถไฟต่อ 360 เยน | เปลี่ยนรถที่โอดาวาระ เลือกแบบระบุที่นั่งได้โดยใช้ราคาอีกประเภท | คนพักใกล้สถานีโตเกียวหรือมีพาสเจอาร์ที่ครอบคลุมเส้นทางอยู่แล้ว |
| รถไฟธรรมดาเจอาร์สายโทไคโด | โตเกียว → โอดาวาระ → ฮาโกเน่-ยุโมโตะ เผื่อประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที–2 ชั่วโมง 15 นาที | 1,960 เยน: โตเกียว–โอดาวาระ 1,600 เยน + รถไฟต่อ 360 เยน | เปลี่ยนที่โอดาวาระ ที่นั่งธรรมดาไม่ต้องจอง | คนพักฝั่งสถานีโตเกียวที่ไม่ต้องการจ่ายค่าชินคันเซ็นหรือย้อนมาชินจูกุ |
| รถบัสทางด่วนโอดะคิว | บัสตะชินจูกุ → เซ็นโกคุฮาระ → โทเก็นได ประมาณ 2 ชั่วโมง 25 นาทีตามเวลาที่ผู้ให้บริการระบุ | ชินจูกุ–โทเก็นได 2,560 เยน | ควรจองที่นั่งล่วงหน้า ต้องเลือกเที่ยวที่ไปถึงปลายทางที่ต้องการ | คนพักฝั่งเซ็นโกคุฮาระหรือทะเลสาบด้านโทเก็นได และยอมรับความเสี่ยงรถติดได้ |
ราคา Romancecar และรถไฟธรรมดาอ้างอิง ตารางค่าโดยสารของโอดะคิว ส่วนราคาชินคันเซ็นอ้างอิงประเภทตั๋วใน บริการ SmartEX ซึ่งรวมค่าโดยสารพื้นฐานกับค่ารถด่วนเฉพาะช่วงชินคันเซ็นแล้ว แต่ไม่รวมรถไฟต่อเข้าไปในฮาโกเน่
วิธีเลือกอย่างรวดเร็ว: พักชินจูกุและอยากต่อรถน้อยให้เริ่มจาก Romancecar พักฝั่งสถานีโตเกียวให้เปรียบเทียบชินคันเซ็นกับรถไฟธรรมดาเจอาร์ ส่วนโรงแรมฝั่งโทเก็นไดหรือเซ็นโกคุฮาระให้ดูรถบัสตามป้ายที่ใกล้โรงแรมจริง
ทัวร์ฟูจิ–ฮาโกเน่และ Hakone Kamakura Pass เป็นคนละวิธีเที่ยว ทัวร์ 601 ระบุไกด์ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ไกด์ภาษาไทย ส่วนพาสไม่ใช่บริการรับส่งพร้อมไกด์ เลือกตามจำนวนวันและเส้นทางจริง ตรวจสอบจุดนัดพบ ภาษา อาหารและค่าเข้าสถานที่ในแพ็กเกจ
จากชินจูกุไปฮาโกเน่ด้วย Romancecar
ต้องมีตั๋วสองส่วน ไม่ใช่ซื้อตั๋วรถด่วนอย่างเดียว
การขึ้น Romancecar ต้องมี ค่าโดยสารพื้นฐาน และ ตั๋วรถด่วนพิเศษพร้อมระบุที่นั่ง สำหรับผู้ใหญ่จากชินจูกุถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะ แบบตั๋วกระดาษคิดเป็น 1,270 + 1,200 = 2,470 เยนต่อเที่ยว หากซื้อเฉพาะตั๋วรถด่วนราคา 1,200 เยน ยังไม่ได้ชำระค่าโดยสารพื้นฐาน
คนที่มี Hakone Freepass จากชินจูกุแล้วไม่ต้องซื้อค่าโดยสารพื้นฐานช่วงที่พาสครอบคลุมซ้ำ แต่ยังต้องซื้อตั๋วรถด่วนพิเศษ ตั๋วรถด่วนแบบออนไลน์ที่เข้าเงื่อนไขมีราคา 1,150 เยนต่อเที่ยว ส่วนค่าโดยสารพื้นฐานแบบบัตรไอซีอาจต่างจากตั๋วกระดาษเล็กน้อย จึงไม่ควรนำราคาคนละรูปแบบมารวมปะปนกัน
จอง Romancecar อย่างไร
- เลือกสถานีต้นทางเป็นชินจูกุ และปลายทางเป็นฮาโกเน่-ยุโมโตะ ไม่ใช่โอดาวาระ หากต้องการนั่งตรงตลอดทาง
- เลือกวัน เวลา จำนวนผู้ใหญ่และเด็ก แล้วจองขบวนกับที่นั่งที่ต้องการ
- เตรียมค่าโดยสารพื้นฐานแยกต่างหาก หรือใช้พาสที่ครอบคลุมเส้นทางนั้น
- ชำระเงินให้เสร็จภายในเวลาที่ระบบกำหนด การมีรายการจองที่ยังไม่ชำระเงินไม่เท่ากับมีตั๋วพร้อมเดินทาง
- ที่สถานี ใช้ตั๋วโดยสารพื้นฐาน พาส หรือบัตรไอซีผ่านประตู แล้วขึ้นตู้และนั่งตามหมายเลขในตั๋วรถด่วน
ตั๋วเปิดขายตั้งแต่ 10:00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น หนึ่งเดือนก่อนวันเดินทาง ใช้ช่องทางจาก หน้าจองและตาราง Romancecar ของโอดะคิว ได้โดยตรง การซื้อในวันเดินทางทำได้เมื่อยังมีที่นั่ง แต่ไม่เหมาะเป็นแผนหลักสำหรับกลุ่มที่ต้องการนั่งติดกัน
สำหรับตั๋วที่ซื้อผ่าน e-Romancecar การเปลี่ยนหรือคืนตั๋วต้องทำก่อนรถออกตามเงื่อนไขของระบบ โดยการคืนตั๋วมีค่าธรรมเนียม 100 เยนต่อที่นั่ง อย่ารอจนพลาดขบวนแล้วจึงขอเปลี่ยน รายละเอียดแยกตามสถานการณ์อยู่ใน คำถามเรื่องการจอง เปลี่ยน และคืนตั๋วรถด่วน
ขึ้นรถตรงไหนในสถานีชินจูกุ
ให้ตามป้าย Odakyu Line หรือ小田急線 ไม่ใช่เดินเข้าประตูเจอาร์แล้วมองหาชานชาลา Romancecar หมายเลขชานชาลาให้ยึดจากป้ายขบวนจริง เพราะขึ้นอยู่กับเที่ยวรถที่จอง
สำหรับคนไม่คุ้นสถานี แนะนำเผื่อถึงบริเวณสถานีโอดะคิวก่อนรถออกประมาณ 20–30 นาทีเป็นเวลาเตรียมตัว หากยังต้องซื้อตั๋วหรือจัดการพาสกระดาษ ควรเผื่อมากกว่านี้ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นคำแนะนำในการวางแผน ไม่ใช่ข้อกำหนดของผู้ให้บริการ
ถ้า Romancecar เต็ม: ทางเลือกแรกคือเปลี่ยนเวลาออกเดินทาง ทางเลือกที่สองคือใช้รถไฟธรรมดาโอดะคิวไปโอดาวาระแล้วต่อเข้าฮาโกเน่-ยุโมโตะ ไม่จำเป็นต้องยกเลิกทริปหรือซื้อพาสอีกใบเพียงเพราะขบวนรถด่วนที่ต้องการไม่มีที่นั่ง
เส้นทางประหยัด: รถไฟธรรมดาโอดะคิวจากชินจูกุ
เส้นทางพื้นฐานคือ ชินจูกุ → โอดาวาระ → ฮาโกเน่-ยุโมโตะ เลือกรถไฟธรรมดาที่ไปทางโอดาวาระ เช่น ขบวน Rapid Express ที่ตรงกับเส้นทาง แล้วเปลี่ยนไปขบวนปลายทางฮาโกเน่-ยุโมโตะ ระยะเวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ขึ้นอยู่กับเวลารอต่อรถด้วย
ข้อดีคือไม่ต้องจ่ายค่ารถด่วนพิเศษ ค่าโดยสารแบบตั๋วกระดาษสำหรับผู้ใหญ่รวม 1,270 เยนต่อเที่ยว หากมี Hakone Freepass จากชินจูกุอยู่แล้วก็ใช้สิทธิในช่วงที่พาสครอบคลุมได้
ข้อแลกเปลี่ยนคือไม่มีการรับประกันที่นั่งและต้องย้ายสัมภาระตอนเปลี่ยนรถ คนถือกระเป๋าใบใหญ่หรือเดินทางกับเด็กที่ต้องการนั่งตลอดทางอาจได้ประโยชน์จาก Romancecar มากกว่า แม้ค่าโดยสารสูงกว่า
อย่าขึ้นขบวนตามคำว่า “รถด่วน” เพียงอย่างเดียว เพราะสายโอดะคิวมีรถไปปลายทางอื่นด้วย ให้ดูชื่อโอดาวาระและเส้นทางต่อรถประกอบทุกครั้ง
จากสถานีโตเกียวหรือชินากาวะไปฮาโกเน่
ชินคันเซ็น: เหมาะเมื่อจุดออกเดินทางอยู่ฝั่งสถานีโตเกียว
ขึ้นโทไคโดชินคันเซ็นขบวน Kodama หรือ Hikari ที่จอดโอดาวาระ จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟท้องถิ่นไปฮาโกเน่-ยุโมโตะ ขบวน Nozomi ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับการลงโอดาวาระ
ช่วงชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียวถึงโอดาวาระใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ และรถไฟโอดาวาระ–ฮาโกเน่-ยุโมโตะใช้เวลาประมาณ 15 นาที แต่ยังมีการเดินเปลี่ยนชานชาลาและรอรถ จึงควรเผื่อเวลารวมประมาณ 60–80 นาทีจากสถานีโตเกียวถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะ
ตัวอย่างค่าเดินทางผู้ใหญ่แบบไม่ระบุที่นั่งผ่าน SmartEX คือ 3,280 + 360 = 3,640 เยน หากต้องการที่นั่งระบุไว้ ให้เลือกตั๋วประเภทนั้นและใช้ราคาที่แสดงสำหรับวันเดินทาง ไม่ใช่ยึดตัวเลขแบบไม่ระบุที่นั่งในตาราง
เมื่อถึงโอดาวาระ ให้ตามป้ายไปทาง Odakyu/Hakone Tozan และเลือกขบวนปลายทางฮาโกเน่-ยุโมโตะ การนั่งรถไฟเจอาร์ต่อไปทางอาตามิไม่ได้พาเข้าไปถึงย่านเที่ยวหลักของฮาโกเน่
เติมเงินใน Suica อย่างเดียวไม่เท่ากับมีตั๋วชินคันเซ็น ต้องซื้อตั๋วชินคันเซ็นก่อน หากใช้บัตรไอซีขึ้นรถผ่าน SmartEX ต้องผูกบัตรกับรายการจองให้เรียบร้อย หรือเลือกใช้วิธีรับตั๋วและคิวอาร์ตามบริการที่ซื้อ
รถไฟธรรมดาเจอาร์: ไม่ต้องย้อนชินจูกุและไม่จ่ายค่าชินคันเซ็น
อีกทางเลือกคือรถไฟสายโทไคโดจากสถานีโตเกียวไปโอดาวาระ แล้วต่อเข้าฮาโกเน่-ยุโมโตะเหมือนกัน เหมาะกับคนที่พักฝั่งตะวันออกของโตเกียวและยอมใช้เวลาเดินทางนานขึ้นเพื่อควบคุมงบประมาณ
ค่าโดยสารพื้นฐานแบบตั๋วกระดาษช่วงโตเกียว–โอดาวาระอยู่ที่ 1,600 เยน เมื่อต่อรถไฟอีก 360 เยนจึงรวมเป็น 1,960 เยน ราคาช่วงเจอาร์อ้างอิง ข้อมูลค่าโดยสารเส้นทางโทไคโดของเจอาร์ตะวันออก การเลือกที่นั่งหรือบริการชั้นพิเศษเป็นค่าใช้จ่ายอีกประเภทหนึ่ง
มีพาสเจอาร์อยู่แล้ว ใช้อย่างไรให้ไม่ซื้อสิทธิซ้ำ
JAPAN RAIL PASS แบบทั่วประเทศ ใช้กับขบวน Kodama และ Hikari ตามเงื่อนไขของพาสได้ แต่ช่วงรถไฟเอกชนจากโอดาวาระเข้าไปในฮาโกเน่และระบบขนส่งท้องถิ่นไม่ได้ถูกรวมทั้งหมด จึงยังต้องซื้อตั๋วท้องถิ่นหรือพาสพื้นที่แยก ดูขอบเขตใน เส้นทางที่ JAPAN RAIL PASS ครอบคลุม
ส่วน JR TOKYO Wide Pass ไม่ครอบคลุมโทไคโดชินคันเซ็น อย่าใช้ชื่อ “โตเกียว” บนพาสเป็นเหตุผลว่าขึ้นชินคันเซ็นไปโอดาวาระได้ รายละเอียดมีใน เงื่อนไข JR TOKYO Wide Pass ภาษาไทย
ถ้ามีพาสที่ครอบคลุมการเดินทางถึงโอดาวาระอยู่แล้ว และตั้งใจเที่ยวหลายระบบในฮาโกเน่ ให้เริ่มเปรียบเทียบ Hakone Freepass แบบออกจากโอดาวาระ ไม่ใช่ซื้อแบบจากชินจูกุโดยอัตโนมัติ
รถบัสจากชินจูกุไปฮาโกเน่ เหมาะกับโรงแรมฝั่งไหน
รถบัสทางด่วนของโอดะคิวออกจาก บัสตะชินจูกุ บริเวณสถานีฝั่งใต้ ชั้น 4 เส้นทางไปฮาโกเน่ผ่านฝั่งโกเท็มบะ เซ็นโกคุฮาระ และโทเก็นได จึงเหมาะกับโรงแรมแถบนั้นมากกว่าการใช้เป็นทางหลักไปสถานีฮาโกเน่-ยุโมโตะ
ชินจูกุ–โทเก็นไดมีค่าโดยสารผู้ใหญ่ 2,560 เยนต่อเที่ยว และเด็ก 1,280 เยน เวลาที่ผู้ให้บริการระบุสำหรับขาไปประมาณ 2 ชั่วโมง 25 นาที ส่วนขากลับประมาณ 2 ชั่วโมง 35 นาที โดยยังอาจล่าช้าจากสภาพถนนและอากาศ
ควรจองที่นั่งทั้งขาไปและขากลับล่วงหน้า และเลือกเที่ยวที่ไปถึงป้ายต้องการจริง เพราะรถในเส้นทางกลุ่มนี้ไม่ได้ไปสุดทางเหมือนกันทุกเที่ยว ใช้ หน้าจอง ตารางรถ และป้ายจอดสายชินจูกุ–โกเท็มบะ–ฮาโกเน่ เป็นจุดเริ่มต้น
ที่โทเก็นได รถจากชินจูกุใช้จุดลงหมายเลข 3 ส่วนรถกลับชินจูกุใช้จุดขึ้นหมายเลข 2 อย่ากลับไปยืนที่จุดลงเดิมโดยไม่ดูป้ายทิศทาง และอย่าสับสนกับป้ายของรถบัสท้องถิ่นสายอื่น
Hakone Freepass ไม่ครอบคลุมรถบัสจากชินจูกุถึงฮาโกเน่ทั้งเส้นทาง สิทธิของพาสใช้เฉพาะช่วงท้องถิ่นที่กำหนด การมีพาสจึงไม่เท่ากับมีตั๋วรถบัสทางด่วนจากโตเกียวหรือมีที่นั่งจองไว้แล้ว
ถ้ามีเที่ยวบินหรือกิจกรรมที่เลื่อนไม่ได้หลังกลับถึงโตเกียว การเลือกรถไฟและเผื่อเวลาต่อรถจะวางแผนได้เหมาะกว่าการผูกเวลาสำคัญไว้กับรถบัสทางด่วน โดยเฉพาะช่วงที่มีประกาศงานถนน
Hakone Freepass คุ้มไหม และควรซื้อจากสถานีไหน
ราคาพาสและขอบเขตเริ่มต้น
| พาส | ผู้ใหญ่ | เด็กอายุ 6–11 ปี | สิทธิช่วงจากโตเกียว |
|---|---|---|---|
| จากชินจูกุ 2 วัน | 7,100 เยน | 1,600 เยน | รวมการเดินทางโอดะคิวช่วงต้นทาง–โอดาวาระไปกลับหนึ่งชุด |
| จากชินจูกุ 3 วัน | 7,500 เยน | 1,850 เยน | ขอบเขตไปกลับจากต้นทางเช่นเดียวกับแบบ 2 วัน แต่ใช้ในพื้นที่ได้นานขึ้น |
| จากโอดาวาระ 2 วัน | 6,000 เยน | 1,500 เยน | ไม่รวมการเดินทางจากโตเกียวถึงโอดาวาระ |
| จากโอดาวาระ 3 วัน | 6,400 เยน | 1,750 เยน | ไม่รวมการเดินทางจากโตเกียวถึงโอดาวาระ |
ราคาและสถานที่ซื้ออ้างอิง ตารางราคา Hakone Freepass ทางการ พาสใช้ตามจำนวนวันต่อเนื่องในปฏิทิน ไม่ใช่นับ 48 หรือ 72 ชั่วโมงจากนาทีที่เริ่มใช้ และพาสมาตรฐานในตารางไม่มีรุ่น 1 วัน
พาสจากชินจูกุไม่ได้ให้เดินทางไปกลับชินจูกุ–ฮาโกเน่ได้ทุกวัน เมื่อใช้สิทธิกลับถึงสถานีต้นทางแล้ว การใช้งานพาสสิ้นสุดลงแม้ยังเหลือวันตามปฏิทินอยู่ จึงเหมาะกับการไปเที่ยวหรือค้างในพื้นที่แล้วกลับครั้งเดียว มากกว่าการกลับมานอนโตเกียวและออกไปฮาโกเน่ซ้ำหลายวัน
พาสรวมอะไร และไม่รวมอะไร
สิทธิหลักคือการเดินทางไม่จำกัดเที่ยวบนระบบขนส่งที่กำหนดในพื้นที่ เช่น รถไฟฮาโกเน่โทซัง รถรางขึ้นเขาจากโกระ กระเช้า Hakone Ropeway เรือโจรสลัดในทะเลสาบอาชิ และรถบัสบางเครือข่ายตามเขตที่ระบุ
ไม่ใช่บัตรขึ้นรถบัสทุกบริษัท เรือทุกชนิด หรือเข้าพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งฟรี ค่ารถด่วนพิเศษ Romancecar ค่าเดินทางเจอาร์ที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิ และค่าเข้าชมส่วนใหญ่ยังแยกต่างหาก กระเช้าโคมากาทาเกะก็ไม่ใช่ Hakone Ropeway ในเส้นทางพาสมาตรฐาน ดูขอบเขตจาก เส้นทางและเงื่อนไข Hakone Freepass
คนแบบไหนควรซื้อ และใครไม่จำเป็น
เหมาะกับคนที่จะใช้รถไฟภูเขา กระเช้า เรือ และรถบัสหลายช่วง หรือค้างคืนแล้วเดินทางต่อในพื้นที่อีกวัน เพราะช่วยลดการซื้อตั๋วแยกหลายครั้ง แต่ความคุ้มด้านราคาเกิดจากเส้นทางที่ขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อพาสดูครอบคลุม
ถ้าไปแค่ฮาโกเน่-ยุโมโตะเพื่อเดินเล่น กินอาหาร และเข้าที่พักใกล้สถานี ให้เริ่มเทียบจากตั๋วรายเที่ยว ตัวอย่าง Romancecar แบบตั๋วกระดาษไปกลับรวม 4,940 เยน ขณะที่พาส 2 วันจากชินจูกุพร้อมค่ารถด่วนพิเศษไปกลับรวม 9,500 เยน ส่วนต่างนี้ควรมีการใช้งานระบบขนส่งในฮาโกเน่มารองรับ
เที่ยววันเดียวก็ใช้พาสแบบ 2 วันได้ แต่ควรเลือกจากค่าเดินทางที่ตั้งใจใช้ภายในวันนั้น ไม่ต้องเพิ่มจุดเที่ยวเพื่อให้รู้สึกว่าใช้พาสครบ ส่วนคนที่จัดฮาโกเน่ร่วมกับคามาคุระและเอโนชิมะเป็นทริปหลายวัน อาจเปรียบเทียบ พาสฮาโกเน่–คามาคุระแบบ 3 วัน ซึ่งมีโครงสร้างสิทธิต่างออกไป
บัตรดิจิทัลหนึ่งโทรศัพท์ใช้ได้กี่คน
หากซื้อผ่านเว็บไซต์ EMot Online Tickets และเลือกผลิตภัณฑ์แบบ For Group ที่รองรับ สามารถใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวสำหรับผู้ใหญ่และเด็กรวมกันได้สูงสุด 4 คน แต่ทุกคนต้องเดินทางด้วยกันตลอด ไม่สามารถแยกกันใช้พาสระหว่างวันได้
ที่ประตูรถไฟ ให้แสดงคิวอาร์ของสมาชิกแต่ละคนตามลำดับ และผู้ถือโทรศัพท์ผ่านเป็นคนสุดท้าย กติกานี้ใช้กับบัตรกลุ่มที่ซื้อถูกประเภท ไม่ใช่สิทธิของบัตรดิจิทัลทุกใบ อ่านวิธีใช้งานใน คู่มือบัตรกลุ่มของ EMot
ครอบครัวที่ต้องการแยกกิจกรรมกันบางช่วงควรใช้บัตรแยกรายบุคคลหรือพาสกระดาษ ส่วนการใช้บัตรดิจิทัลควรเตรียมแบตเตอรี่และการเชื่อมต่อสำหรับเปิดบัตร ไม่ควรให้โทรศัพท์เครื่องที่ถือพาสหมดแบตระหว่างเปลี่ยนรถ
สภาพการเดินทางและประกาศที่มีผลต่อแผน 2026
งานถนนบนทางด่วนโทเมอิอาจทำให้รถบัสช้า
ผู้ให้บริการรถบัสแจ้งงานปรับปรุงทางด่วนช่วง 24 กันยายน–18 ธันวาคม 2026 และงานเข้มข้นเพิ่มเติมช่วง 19 ตุลาคม–7 พฤศจิกายน 2026 จึงมีความเสี่ยงที่เวลาบนเส้นทางชินจูกุ–โกเท็มบะ–ฮาโกเน่จะนานกว่าปกติ
ประกาศไม่ได้ระบุให้บวกเวลาล่าช้าเป็นจำนวนแน่นอน จึงไม่ควรวางแผนว่ารถจะช้าเพียงช่วงเวลาตายตัว คนที่ต้องถึงโตเกียวตามกำหนดควรเลือกเส้นทางรถไฟหรือเผื่อแผนวันนั้นให้ยืดหยุ่น อ้างอิง ประกาศผลกระทบจากงานทางด่วนของโอดะคิวไฮเวย์บัส
รถบัสฮาโกเน่บางสายเปลี่ยนตารางตั้งแต่ 1 ตุลาคม
รถบัสสาย T, R และ K มีการปรับตารางตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเดินทางฝั่งโทเก็นได โมโตะฮาโกเน่ และฮาตาจูกุ การเปลี่ยนนี้ไม่ใช่การหยุดรถบัสทุกสายในฮาโกเน่ แต่ทำให้ตารางเก่าหรือภาพตารางที่บันทึกไว้ก่อนหน้าอาจใช้วางแผนต่อรถไม่ได้
เมื่อเดินทางหลังวันดังกล่าว ให้ใช้ตารางของวันที่เดินทางผ่าน ประกาศปรับตารางรถบัสฮาโกเน่ โดยเฉพาะเที่ยวกลับที่ต้องต่อรถไฟระบุที่นั่ง
กระเช้าปิดซ่อมเฉพาะช่วงในฤดูหนาว
ช่วง 7–24 ธันวาคม 2026 มีประกาศหยุดเดินกระเช้าระหว่าง โซอุนซัง–โอวาคุดานิ เพื่อบำรุงรักษา ส่วนช่วงโอวาคุดานิ–โทเก็นไดยังเป็นคนละช่วงการให้บริการ และอาจเปิดได้ตามสภาพอากาศ
ในฤดูหนาวถัดจากเดือนธันวาคมดังกล่าว ช่วง 12 มกราคม–26 กุมภาพันธ์ จะเป็นการหยุดระหว่าง โทเก็นได–อุบาโกะ–โอวาคุดานิ โดยช่วงโซอุนซัง–โอวาคุดานิเป็นอีกส่วนหนึ่งของเส้นทาง
ผู้ให้บริการจัดรถบัสทดแทนสำหรับช่วงซ่อมตามประกาศ และยอมรับพาสหรือตั๋วที่เข้าเงื่อนไข แต่การนั่งรถบัสไม่ใช่ประสบการณ์ชมวิวแบบกระเช้า และอาจใช้เวลารอหรือเดินทางต่างจากแผนปกติ ดูช่วงที่กระทบจาก ประกาศบำรุงรักษาและรถบัสทดแทน Hakone Ropeway
อย่าสรุปว่าฮาโกเน่ปิดทั้งเมือง เมื่อพบข่าวปิดกระเช้า ควรแยกว่าปิดช่วงไหน มีรถทดแทนหรือไม่ และเส้นทางที่คุณจะใช้ได้รับผลจริงเพียงใด
ถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะแล้ว ต่อรถไปจุดเที่ยวอย่างไร
ชื่อที่ควรจำคือ ฮาโกเน่-ยุโมโตะ (Hakone-Yumoto) ซึ่งเป็นจุดต่อรถ, โกระ (Gora) ซึ่งเชื่อมรถไฟภูเขากับรถรางขึ้นเขา, โซอุนซัง (Sounzan) ซึ่งเชื่อมต่อกระเช้า และ โทเก็นได (Togendai) กับ โมโตะฮาโกเน่ (Moto-Hakone) ซึ่งอยู่คนละฝั่งของทะเลสาบอาชิ
| จุดหมาย | เส้นทางต่อจากฮาโกเน่-ยุโมโตะ | สิ่งที่ต้องเผื่อ |
|---|---|---|
| ย่านร้านค้าและที่พักใกล้ฮาโกเน่-ยุโมโตะ | ออกสถานีแล้วเดินไปตามตำแหน่งร้านหรือโรงแรม | โรงแรมที่ใช้ชื่อย่านเดียวกันไม่ได้อยู่ติดสถานีทุกแห่ง |
| โกระ | รถไฟฮาโกเน่โทซังไปโกระ ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีบนรถไฟ | รอขบวนและเดินจากสถานีไปโรงแรม ซึ่งบางเส้นทางมีความลาดชัน |
| โอวาคุดานิ | รถไฟไปโกระ → รถรางขึ้นเขาไปโซอุนซัง → กระเช้าไปโอวาคุดานิ | เปลี่ยนระบบขนส่งหลายครั้ง และต้องใช้เส้นทางทดแทนในช่วงปิดซ่อม |
| โมโตะฮาโกเน่และฝั่งศาลเจ้าฮาโกเน่ | รถบัสสาย H หรือ R จากป้ายหมายเลข 2 | ช่วงรถบัสประมาณ 30–40 นาทีตามสาย ก่อนบวกเวลารอ รถติด และการเดินต่อ |
| โทเก็นได | รถบัสสาย T จากป้ายหมายเลข 3 หรือเดินทางผ่านเส้นทางรถไฟ–รถราง–กระเช้า | เลือกตามจุดที่ต้องการเที่ยว ไม่ใช่ถือว่าสองวิธีใช้เวลาและแรงเท่ากัน |
ที่สถานีฮาโกเน่-ยุโมโตะ รถไฟไปโกระใช้ชานชาลา 3 ส่วนรถไฟธรรมดาไปโอดาวาระใช้ชานชาลา 2 และ Romancecar ใช้ชานชาลา 1 ทั้งนี้ให้ดูป้ายขบวนจริงประกอบเสมอ จุดตรวจตั๋วอยู่ชั้น 2 และมีเส้นทางใช้ลิฟต์เชื่อมกับบริเวณออกสถานีและป้ายรถบัส ดูรายละเอียดใน แผนผังสถานีและป้ายรถบัสฮาโกเน่-ยุโมโตะ
เส้นทางรถไฟภูเขาถึงโกระประมาณ 40 นาทีอ้างอิง ข้อมูลการเดินทางย่านโกระ ส่วนระยะเวลารถบัสถึงโมโตะฮาโกเน่ดูได้จาก ข้อมูลการเดินทางย่านโมโตะฮาโกเน่ ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่รวมการเดินถึงจุดหมายสุดท้าย
ถ้าจะเดินจากท่าเรือโมโตะฮาโกเน่ไปบริเวณศาลเจ้า ให้เผื่อการเดินประมาณ 15–20 นาทีเป็นกรอบวางแผน โดยเวลาจริงขึ้นอยู่กับจุดที่ต้องการไปและจังหวะการเดิน เส้นทางชมศาลเจ้าบางส่วนมีบันได จึงไม่ควรถือว่าลงรถใกล้แล้วจะเข้าถึงทุกจุดได้โดยไม่ต้องเดินขึ้นลง
กระเป๋าใบใหญ่ ฝากไว้หรือเอาเข้าไปด้วยดี
เที่ยววันเดียว: ลดสัมภาระก่อนออกจากโตเกียว
สำหรับทริปที่ต้องขึ้นรถไฟภูเขา รถราง กระเช้า เรือ และรถบัส การถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ทำให้การเปลี่ยนรถยุ่งยากขึ้น แนะนำใช้กระเป๋าวันเดียว และฝากกระเป๋าหลักกับโรงแรมตามเงื่อนไขที่พักหรือบริการฝากสัมภาระที่เลือก
Romancecar มีพื้นที่วางสัมภาระตามรูปแบบขบวน แต่การจองที่นั่งไม่ได้เป็นการจองชั้นวางกระเป๋าส่วนตัว ส่วนรถไฟธรรมดาไม่มีที่นั่งหรือพื้นที่วางกระเป๋าที่รับประกันให้แต่ละคน
ค้างคืน: ใช้บริการส่งกระเป๋าไปโรงแรมที่ร่วมรายการ
บริการ Hakone Carry Service รับกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ ภายในประตูตรวจตั๋วสถานีฮาโกเน่-ยุโมโตะ เพื่อส่งไปโรงแรมที่ร่วมบริการ รับฝากเพื่อส่งขาไปช่วง 08:30–12:00 น. และรับกระเป๋าที่โรงแรมได้ตั้งแต่ประมาณ 15:00 น.
ค่าบริการต่อชิ้นต่อเที่ยวคือ 1,500 เยน สำหรับขนาดรวมสามด้านไม่เกิน 140 เซนติเมตรและน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม หรือ 2,500 เยน สำหรับขนาดรวมไม่เกิน 200 เซนติเมตรและน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม ต้องเข้าเงื่อนไขทั้งขนาดและน้ำหนัก
ขากลับต้องให้โรงแรมดำเนินการภายใน 10:00 น. และรับกระเป๋าที่สถานีช่วง 13:30–18:30 น. บริการไม่ได้ครอบคลุมโรงแรมทุกแห่ง และของบางประเภทไม่รับส่ง รายชื่อที่พักกับข้อจำกัดอยู่ใน รายละเอียดบริการส่งกระเป๋าฮาโกเน่
เวลารับกระเป๋าสำคัญกว่าเวลารถไฟเที่ยวสุดท้าย หากจองรถไฟดึกกว่าช่วงรับกระเป๋า ต้องกลับมารับให้ทันก่อน ไม่ใช่รอจนใกล้เวลาออกเดินทางแล้วจึงไปที่เคาน์เตอร์
ขึ้นชินคันเซ็นพร้อมกระเป๋าใหญ่
กระเป๋าที่มีผลรวมความยาวสามด้าน เกิน 160 แต่ไม่เกิน 250 เซนติเมตร ต้องจองที่นั่งที่มีพื้นที่สัมภาระขนาดใหญ่ตามกติกาโทไคโดชินคันเซ็น จึงไม่ควรเลือกตัวอย่างราคาแบบไม่ระบุที่นั่งในตารางโดยไม่ดูขนาดกระเป๋า
พื้นที่วางกระเป๋าบางประเภทที่ใช้ได้โดยไม่จองไม่ได้ยกเลิกกฎของกระเป๋าขนาดเกิน 160 เซนติเมตร รายละเอียดอยู่ใน กติกาสัมภาระขนาดใหญ่ของเจอาร์เซ็นทรัล
เดินทางกับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการลดการเดิน
ครอบครัวที่มีเด็ก
เด็กอายุ 6–11 ปีใช้ค่าโดยสารเด็กตามประเภทตั๋ว สำหรับ Romancecar เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่ต้องการใช้ที่นั่งของตัวเองยังต้องมีทั้งตั๋วโดยสารพื้นฐานเด็กและตั๋วรถด่วนพิเศษเด็ก ไม่ควรจองเฉพาะที่นั่งผู้ใหญ่แล้วคาดว่าจะมีที่นั่งว่างให้เด็กใช้ได้
Romancecar มีที่นั่งระบุไว้และห้องน้ำบนขบวน จึงช่วยลดความไม่แน่นอนช่วงเดินทางจากโตเกียว แต่ไม่ได้ทำให้การเที่ยวรอบฮาโกเน่ไม่ต้องต่อรถ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กควรเลือกจุดหลักสองหรือสามจุดและเว้นช่วงพัก แทนการพยายามเก็บทั้งวงรอบพร้อมพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง
หากนำรถเข็นเด็กไป ควรเลือกรุ่นที่จัดการได้สะดวกตอนขึ้นลงรถและเมื่อพื้นที่โดยสารแออัด อย่าใช้กฎเด็กเล็กของรถไฟไปสรุปว่ารถบัสทางด่วนหรือทัวร์ทุกแพ็กเกจให้เด็กเดินทางฟรีเหมือนกัน
ผู้สูงอายุและคนที่เดินได้น้อย
เส้นทางที่ต่อรถน้อยอาจเหมาะกว่าการพยายามเลือกขบวนที่เร็วที่สุด เช่น ใช้ Romancecar ถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะแล้วพักใกล้สถานี หรือเลือกจุดเที่ยวริมทะเลสาบหนึ่งฝั่งโดยไม่บังคับให้ครบรถไฟ รถราง กระเช้า และเรือทั้งหมดในวันเดียว
Hakone Ropeway รองรับผู้ใช้รถเข็นนั่งโดยสารในรถเข็นได้ และมีข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกของสถานีกระเช้า แต่ข้อมูลนี้ไม่ได้ยืนยันว่าทางเดินไปโรงแรม ป้ายรถบัส หรือทุกส่วนของศาลเจ้าจะไม่มีบันได ดูขอบเขตการเข้าถึงใน ข้อมูลการใช้กระเช้าฮาโกเน่และสิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้ที่ต้องใช้ความช่วยเหลือ ควรจัดเส้นทางผ่านสถานีที่มีลิฟต์และเตรียมการกับผู้ให้บริการสำหรับช่วงที่จำเป็น การค้างหนึ่งคืนช่วยกระจายการเดินและการเปลี่ยนรถได้ดีกว่าการเพิ่มกิจกรรมให้เต็มวันแรก
ขากลับจากฮาโกเน่ไปโตเกียว ต้องเริ่มวางแผนจากจุดไหน
เริ่มจากจุดเที่ยวสุดท้าย ไม่ใช่เริ่มจากสถานีฮาโกเน่-ยุโมโตะ ถ้าอยู่ริมทะเลสาบ ต้องมีเวลารอรถบัสและลงเขาก่อนถึงสถานี ถ้าอยู่โกระ ต้องเผื่อรถไฟภูเขาและการเปลี่ยนขบวน ส่วนคนใช้บริการส่งกระเป๋าต้องกลับมาทันเวลารับกระเป๋าด้วย
ตารางปกติที่ผู้ให้บริการเผยแพร่มีตัวอย่างขากลับดังนี้ เวลานี้เป็นรถไฟตรง Romancecar จากฮาโกเน่-ยุโมโตะถึงชินจูกุ ไม่ใช่รถไฟทุกประเภทเที่ยวสุดท้าย และให้ยึดเที่ยวรถที่ระบบขายสำหรับวันเดินทางจริงเป็นหลัก
| วันเดินทาง | ตัวอย่างเที่ยวกลับช่วงเย็น | Romancecar ตรงเที่ยวสุดท้ายในตารางปกติ |
|---|---|---|
| วันธรรมดา | 17:46 → 19:26 หรือ 18:36 → 20:06 | 19:50 → 21:26 |
| เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด | 17:17 → 18:45, 18:13 → 19:45 หรือ 18:45 → 20:10 | 19:52 → 21:25 |
ตรวจเที่ยวตรงกับวันเดินทางได้จาก ตาราง Romancecar ขากลับชินจูกุ สำหรับการเที่ยววันเดียว แนะนำให้เลือกขบวนช่วงเย็นที่มีเวลาเผื่อ มากกว่าตั้งเป้าขบวนสุดท้ายเป็นแผนหลัก
ตัวอย่างการวางแผนที่ไม่เร่งเกินไปคือเริ่มกลับจากฝั่งโมโตะฮาโกเน่ประมาณ 15:30–16:00 น. เพื่อเผื่อรถบัสและเวลาพักก่อนขึ้นรถไฟช่วงเย็น นี่เป็นกรอบเวลาแนะนำ ไม่ใช่ตารางรถบัสหรือการรับประกันว่าจะถึงทันเมื่อถนนติดหนัก
กระเช้าและเรือไม่ได้ให้บริการจนถึงเวลารถไฟกลับโตเกียวเสมอไป โดยเวลาเปิดของ Hakone Ropeway ตามฤดูกาลคือประมาณ 09:00–17:00 น. ในเดือนกุมภาพันธ์–พฤศจิกายน และ 09:00–16:15 น. ในเดือนธันวาคม–มกราคม ทั้งนี้ยังขึ้นกับการปิดซ่อมและอากาศ ดู เวลาและสถานะการเดินกระเช้า
ถ้ากลับด้วยรถบัสตรงจากโทเก็นได ต้องกลับไปขึ้นที่โทเก็นไดตามเที่ยวที่จอง ไม่ใช่จบทริปที่โมโตะฮาโกเน่แล้วคาดว่าจะขึ้นรถกลับชินจูกุได้จากทุกป้าย
แผนเที่ยววันเดียวที่เข้ากับการเดินทางจริง
แผนเต็มวัน: รถไฟภูเขา กระเช้า และทะเลสาบอาชิ
แผนนี้เหมาะกับคนที่ออกจากโตเกียวเช้า เดินและเปลี่ยนรถได้คล่อง และต้องการสัมผัสระบบขนส่งหลักของฮาโกเน่ ควรเผื่อทั้งวันประมาณ 10–12 ชั่วโมงจากโตเกียวกลับถึงโตเกียวตามจุดเริ่มต้นและความหนาแน่นของวันนั้น
ช่วงเวลาในตารางเป็นตัวอย่างจัดกิจกรรม ไม่ใช่ตารางรถ ให้เริ่มจากขบวนไปและกลับที่จองได้ แล้วปรับกิจกรรมระหว่างวันตามนั้น ช่วงปิดซ่อมกระเช้าต้องเปลี่ยนเส้นทางตามรถบัสทดแทน
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | แผนที่แนะนำ | สิ่งที่ไม่ควรอัดเพิ่ม |
|---|---|---|
| 07:30–08:15 | ออกจากชินจูกุด้วยขบวนที่จองไว้ | นัดกินมื้อเช้าที่ไกลจากสถานีก่อนรถออก |
| 09:00–10:00 | ถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะ ต่อรถไฟภูเขาไปโกระ | แวะเดินร้านค้าทุกแห่งก่อนเริ่มขึ้นเขา |
| 10:00–12:00 | โกระ → โซอุนซัง → โอวาคุดานิ โดยปรับตามการเปิดบริการ | เพิ่มพิพิธภัณฑ์หลายแห่งระหว่างทาง |
| 12:00–13:00 | เดินทางต่อฝั่งโทเก็นไดและเว้นเวลามื้อกลางวัน | ผูกมื้ออาหารกับร้านเดียวที่ต้องรอคิวนาน |
| 13:00–15:15 | ล่องเรือไปฝั่งโมโตะฮาโกเน่ เลือกเดินริมทะเลสาบหรือแวะศาลเจ้าตามกำลัง | พยายามเที่ยวทั้งสองฝั่งทะเลสาบซ้ำไปมา |
| 15:30–16:00 เป็นต้นไป | เริ่มกลับฮาโกเน่-ยุโมโตะ เผื่อรถบัสและรับกระเป๋า | รอจนใกล้เวลารถไฟแล้วจึงออกจากจุดเที่ยว |
| ช่วงเย็น | ขึ้น Romancecar ที่จองไว้กลับชินจูกุ | ใช้รถไฟเที่ยวสุดท้ายเป็นแผนหลักโดยไม่มีเวลาเผื่อ |
หากคิวสะสมหรือเดินทางช้ากว่าแผน ให้ตัดกิจกรรมหลังถึงฝั่งทะเลสาบก่อน เช่น เลือกเดินริมทะเลสาบแทนการเข้าไปทุกส่วนของศาลเจ้า เป้าหมายคือได้เที่ยวและกลับอย่างไม่เร่ง ไม่ใช่ทำเส้นทางครบทุกจุดในแผนที่
มีเวลาแค่ครึ่งวัน ควรไปหรือไม่
ทำได้ในขอบเขตย่านฮาโกเน่-ยุโมโตะ แต่ไม่เหมาะกับวงรอบเต็ม เวลารถไฟไปกลับใช้ไปหลายชั่วโมงแล้ว หากมีเวลาประมาณ 6–7 ชั่วโมงรวมเดินทาง ให้เลือกเดินย่านสถานี กินอาหาร และกิจกรรมใกล้ที่พักหรือสถานีเพียงอย่างเดียว
ถ้าเหลือเวลาเพียง 4–5 ชั่วโมงจากโตเกียวไปกลับ แนะนำเก็บฮาโกเน่ไว้วันอื่น โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจไปทะเลสาบหรือกระเช้า เพราะการเดินทางต่อจากสถานียังใช้เวลาอีกมาก
แผนสำหรับครอบครัวหรือคนอยากพักมากกว่าเก็บจุด
เลือกหนึ่งแกนหลัก เช่น โกระกับกิจกรรมในย่านนั้น หรือทะเลสาบอาชิฝั่งเดียว แล้วกลับก่อนช่วงเย็น การไม่ขึ้นระบบขนส่งครบทุกแบบไม่ได้ทำให้ทริปขาดอะไร หากสิ่งที่ต้องการจริงคือพักจากเมืองและใช้เวลาร่วมกัน
ทัวร์ฟูจิ–ฮาโกเน่เหมาะกับใคร และต่างจากเที่ยวเองอย่างไร
ทัวร์แบบไปกลับจากโตเกียวเหมาะกับคนที่อยากรวมภูเขาไฟฟูจิกับฮาโกเน่และไม่ต้องการจัดการการเดินทางระหว่างหลายพื้นที่ แต่ต้องยอมรับเวลานัดหมายและลำดับกิจกรรมของกลุ่ม ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการพักออนเซ็นนานหรือออกจากจุดเที่ยวตามใจ
แพ็กเกจที่อ้างอิงบน Klook มีตัวเลือกออกจากโตเกียวหรือชินจูกุ ใช้ผู้นำเที่ยวภาษาอังกฤษ และมีตัวเลือกอาหารกลางวันกับวิธีกลับต่างกัน โปรแกรมหลักระบุฟูจิสถานีที่ 5 เมื่อเส้นทางเข้าถึงได้ ล่องเรือทะเลสาบอาชิ และกระเช้าโคมากาทาเกะ โดยใช้เวลาราว 11 ชั่วโมงครึ่ง–12 ชั่วโมงครึ่งตามแพ็กเกจ
กระเช้าโคมากาทาเกะไม่ใช่ Hakone Ropeway ที่ผ่านโอวาคุดานิ จึงไม่ควรจองโดยเข้าใจว่าจะได้เส้นทางวงรอบเดียวกับการใช้ Hakone Freepass อาหารกลางวัน ขากลับรถบัสหรือชินคันเซ็น จุดนัดพบ และเงื่อนไขยกเลิกต้องตรงกับตัวเลือกที่ซื้อ ไม่ใช่รวมเหมือนกันทุกแพ็กเกจ
ฝน หิมะ และลมแรง ควรเปลี่ยนแผนอย่างไร
วันที่อากาศไม่ดี อย่าวางความคุ้มของทั้งทริปไว้กับการเห็นภูเขาไฟฟูจิหรือการขึ้นกระเช้าเพียงอย่างเดียว วิวขึ้นอยู่กับอากาศ และระบบขนส่งกลางแจ้งอาจหยุดเพื่อความปลอดภัย แม้รถไฟจากโตเกียวยังเดินตามปกติ
หากกระเช้าหยุดเพราะอากาศ ให้แยกจากกรณีปิดซ่อมตามกำหนด การมีรถบัสทดแทนในประกาศซ่อมไม่ได้หมายความว่าจะมีรถทดแทนรูปแบบเดียวกันทุกครั้งที่ลมแรง ควรปรับเหลือย่านฮาโกเน่-ยุโมโตะ โกระ หรือกิจกรรมในอาคารที่เข้าถึงได้ด้วยเส้นทางที่ยังเปิด
ฤดูหนาวควรลดจำนวนจุดเดินกลางแจ้งและเผื่อทางลื่น ส่วนฤดูร้อนควรเผื่อเวลาพักและน้ำดื่ม โดยเฉพาะแผนที่มีการเดินริมทะเลสาบหรือขึ้นลงทางลาด เวลาต่อรถที่ทำได้สบายในอากาศปกติอาจไม่เหมาะกับทุกคนเมื่อหนาวจัดหรือร้อนมาก
การหยุดบางระบบไม่ได้ทำให้ตั๋วรถไฟ พาส และทัวร์ทุกชนิดคืนเงินเต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ เงื่อนไขของผู้ให้บริการขนส่งและเงื่อนไขแพ็กเกจเป็นคนละส่วน ไม่ควรยกเลิกการจองโดยสมมติว่าจะได้รับเงินคืนเหมือนกันทั้งหมด
ควรค้างฮาโกเน่ไหม และพักย่านไหนเดินทางสะดวก
ไม่จำเป็นต้องค้างคืนสำหรับการเที่ยวหนึ่งวันแบบเลือกจุด แต่การค้างหนึ่งคืนเหมาะกับคนที่อยากใช้ออนเซ็นของที่พัก กินมื้อเย็นโดยไม่ต้องรีบกลับสถานี หรือแบ่งพื้นที่ภูเขากับทะเลสาบเป็นคนละวัน
ฮาโกเน่-ยุโมโตะ เหมาะกับคนให้ความสำคัญกับการเข้าออกโตเกียวง่ายและลดจำนวนครั้งที่ย้ายสัมภาระ แต่ต้องดูตำแหน่งโรงแรมจริง เพราะชื่อย่านไม่ได้รับประกันว่าเดินจากสถานีไม่กี่นาที
โกระ เหมาะกับแผนที่ใช้รถไฟภูเขาและเส้นทางต่อขึ้นโซอุนซัง โดยต้องบวกเวลารถไฟจากฮาโกเน่-ยุโมโตะและการเดินช่วงสุดท้าย บางโรงแรมอาจอยู่บนทางลาด จึงไม่ควรดูแค่ระยะทางเส้นตรงจากสถานี
เซ็นโกคุฮาระหรือโทเก็นได เหมาะกับคนตั้งใจใช้เวลาในพื้นที่ฝั่งนั้น และอาจใช้รถบัสทางด่วนจากชินจูกุได้สะดวกกว่าเข้าทางฮาโกเน่-ยุโมโตะ ทั้งนี้ควรยึดป้ายใกล้โรงแรมและการเดินทางช่วงสุดท้ายเป็นหลัก ไม่สมมติว่าทุกโรงแรมมีรถรับส่ง
สำหรับมื้ออาหาร ให้เว้นช่วงกลางวันอย่างชัดเจนในแผน โดยเลือกกินในย่านที่อยู่แล้ว เช่น รอบสถานีหรือฝั่งทะเลสาบ ไม่ควรเปลี่ยนฝั่งทะเลสาบเพียงเพื่อร้านหนึ่งแห่งก่อนต่อรถกลับ ค่าอาหารและค่าใช้ออนเซ็นไม่ได้รวมอยู่ในพาสเดินทางมาตรฐาน
เที่ยวต่อกับที่ไหนได้ โดยไม่ทำให้วันเดียวแน่นเกินไป
โอดาวาระ: เหมาะกับวันที่ลดกิจกรรมในฮาโกเน่
โอดาวาระอยู่บนเส้นทางรถไฟ จึงเหมาะกับการแวะกินอาหารหรือเดินในเมืองเมื่อแผนฮาโกเน่ไม่เต็มวัน แต่ถ้าใช้เวลาจนครบเส้นทางภูเขา กระเช้า และทะเลสาบแล้ว ไม่ควรเติมโปรแกรมยาวที่โอดาวาระก่อนกลับโตเกียว
โกเท็มบะ: เหมาะกับแผนค้างคืนมากกว่าบีบรวมทุกอย่าง
ฝั่งโกเท็มบะมีเส้นทางรถบัสเชื่อมกับฮาโกเน่ แต่การเพิ่มช้อปปิ้งหลังเที่ยววงรอบเต็มทำให้ต้องจัดการรถบัสและเวลาขากลับอีกชุดหนึ่ง แผนสองวันที่แบ่งวันเที่ยวกับวันช้อปปิ้งจึงเหมาะกว่า โดยเฉพาะคนมีสัมภาระหรือพักฝั่งเซ็นโกคุฮาระ
คามาคุระและเอโนชิมะ: แยกเป็นอีกวันและเลือกพาสให้ตรง
ฮาโกเน่กับคามาคุระไม่ควรเป็นสองโปรแกรมเต็มในวันเดียวจากโตเกียว แผนที่เหมาะกว่าคือฮาโกเน่สองวันหนึ่งคืน แล้วใช้วันที่สามกับคามาคุระและเอโนชิมะ หรือแบ่งเที่ยวเป็นคนละวันโดยไม่เร่งเปลี่ยนพื้นที่ระหว่างวัน
Hakone Kamakura Pass ใช้ได้ 3 วันต่อเนื่อง โดยรวมรถไฟโอดะคิวทุกสาย รถไฟเอโนเด็น และระบบขนส่งฮาโกเน่ในเขตที่กำหนด ราคาทางการอยู่ที่ผู้ใหญ่ 8,520 เยนและเด็ก 1,980 เยน แต่ยังไม่รวมค่ารถด่วนพิเศษ Romancecar รถไฟเจอาร์ และค่าเข้าชมส่วนใหญ่ อ่านขอบเขตได้จาก รายละเอียดพาสฮาโกเน่–คามาคุระของโอดะคิว
ตัวเลือกบน Klook มีทั้งบัตรจริงและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุบนหน้าผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งใบต่อสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง อย่านำกติกา EMot แบบกลุ่มมาใช้แทน ส่วนแบบบัตรจริงต้องแลกเวาเชอร์ก่อนใช้งาน พาสนี้เหมาะเมื่อมีแผนเที่ยวทั้งสองพื้นที่จริง ไม่ใช่ตัวเลือกเริ่มต้นสำหรับฮาโกเน่วันเดียว
เช่ารถขับเองจากโตเกียวจำเป็นไหม
สำหรับผู้เดินทางครั้งแรกที่เที่ยวตามเส้นทางหลัก ไม่จำเป็นต้องเช่ารถ รถไฟและระบบขนส่งในฮาโกเน่พาไปยังจุดหลักได้ และไม่ต้องจัดการที่จอดระหว่างเปลี่ยนย่าน
รถเช่าอาจเหมาะกับครอบครัวที่พักห่างสถานีหรือมีสัมภาระมาก แต่ต้องรวมค่าเช่า ประกัน ทางด่วน น้ำมัน และที่จอดในงบประมาณด้วย การมีรถไม่ได้ตัดปัญหารถติดบนถนนขึ้นเขา และไม่ใช่ทางเลือกที่ควรเริ่มจากความคิดว่าขับรถในหิมะได้เหมือนถนนปกติ
ถ้าเลือกโรงแรมที่เดินทางยากเพื่อใช้รถเช่า ควรพิจารณาเวลาขับและการเข้าถึงโรงแรมทั้งขาไปและขากลับ ไม่ใช่ดูเพียงว่าราคาโรงแรมต่ำกว่าย่านสถานี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อไปฮาโกเน่ครั้งแรก
- ซื้อเฉพาะตั๋ว Romancecar แล้วคิดว่าจ่ายครบ: ตั๋วรถด่วนพิเศษกับค่าโดยสารพื้นฐานเป็นคนละส่วน
- มี Freepass แล้วไม่จอง Romancecar: พาสไม่ได้ระบุที่นั่งให้ และไม่ได้รวมค่ารถด่วนพิเศษ
- ใช้เวลาถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะเป็นเวลาถึงทะเลสาบ: ยังมีรถไฟภูเขาหรือรถบัสอีกช่วงหนึ่ง
- ซื้อพาสจากโอดาวาระแต่คาดว่ารวมจากโตเกียว: ต้องชำระช่วงจากโตเกียวถึงโอดาวาระแยก
- คิดว่าพาสเจอาร์ทุกชนิดขึ้นชินคันเซ็นได้: ต้องแยกชนิดพาส โดยเฉพาะ JR TOKYO Wide Pass
- คิดว่ารถบัสทุกคันรับ Hakone Freepass: พาสใช้เฉพาะบริษัทและเขตที่กำหนด
- เลือกโรงแรมจากชื่อย่านอย่างเดียว: ระยะเดิน ทางลาด และรถต่อช่วงสุดท้ายสำคัญกว่าชื่อพื้นที่
- กลับไปขึ้นรถบัสที่จุดลงเดิม: ที่โทเก็นได จุดลงจากชินจูกุกับจุดขึ้นกลับชินจูกุเป็นคนละหมายเลข
- แบกกระเป๋าใหญ่รอบเส้นทางภูเขา: ทำให้ทุกช่วงเปลี่ยนรถช้าลง และบางบริการส่งกระเป๋ามีกำหนดเวลาชัดเจน
- รอจนกระเช้าปิดแล้วค่อยคิดเรื่องขากลับ: เวลาปิดกระเช้า เรือ รถบัส และรถไฟไม่ได้ตรงกัน
- ใช้ภาพตารางรถเก่าในช่วงเปลี่ยนเวลาเดินรถ: โดยเฉพาะหลังประกาศปรับตารางและในช่วงปิดซ่อม
- รวมฮาโกเน่ ฟูจิ คามาคุระ และช้อปปิ้งในวันเดียว: เสียเวลาย้ายพื้นที่มากจนแทบไม่มีเวลาอยู่ในแต่ละจุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินทางจากโตเกียวไปฮาโกเน่
ถาม: ไปฮาโกเน่จากโตเกียวครั้งแรก ใช้วิธีไหนง่ายที่สุด?
ตอบ: ถ้าพักใกล้ชินจูกุ ให้เริ่มจาก Romancecar ขบวนตรงถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะ เพราะไม่ต้องเปลี่ยนรถและมีที่นั่งระบุไว้ แต่ถ้าพักใกล้สถานีโตเกียวหรือชินากาวะ เส้นทางผ่านโอดาวาระอาจตรงกับที่พักมากกว่า
ถาม: วิธีประหยัดจากชินจูกุคืออะไร?
ตอบ: รถไฟธรรมดาโอดะคิวผ่านโอดาวาระ ค่าโดยสารแบบตั๋วกระดาษถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะ 1,270 เยนต่อเที่ยว ไม่มีค่ารถด่วนพิเศษ แต่ต้องยอมรับว่าไม่รับประกันที่นั่ง
ถาม: โตเกียวไปฮาโกเน่ใช้เวลาประมาณ 80 นาทีจริงไหม?
ตอบ: เป็นเวลาของบางขบวนถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะ ไม่ใช่เวลาถึงทุกจุดเที่ยว ขบวนที่เลือกอาจนานกว่านั้น และการไปโกระ ทะเลสาบ หรือโรงแรมยังต้องบวกเวลาต่อรถ
ถาม: มีรถไฟตรงจากสถานีโตเกียวถึงฮาโกเน่-ยุโมโตะไหม?
ตอบ: เส้นทางหลักจากสถานีโตเกียวต้องเปลี่ยนที่โอดาวาระ เลือกได้ระหว่างชินคันเซ็นกับรถไฟธรรมดาเจอาร์ก่อนต่อรถไฟท้องถิ่นเข้าไป
ถาม: Romancecar ต้องจองล่วงหน้านานเท่าไร?
ตอบ: เปิดขายเวลา 10:00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น หนึ่งเดือนก่อนเดินทาง ไม่จำเป็นต้องซื้อทันทีที่เปิดทุกกรณี แต่ควรจองเร็วเมื่อจำเป็นต้องนั่งติดกันหรือมีเวลาเดินทางที่เปลี่ยนไม่ได้
ถาม: Romancecar เต็มแล้ว ยังไปฮาโกเน่ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ ใช้ขบวนเวลาอื่นหรือรถไฟธรรมดาโอดะคิวผ่านโอดาวาระ พาสที่ครอบคลุมช่วงนั้นยังใช้ได้ตามสิทธิ ไม่ต้องซื้อพาสใหม่เพราะรถด่วนเต็ม
ถาม: พลาด Romancecar ที่จองไว้ เปลี่ยนขบวนทีหลังได้ไหม?
ตอบ: ไม่ควรคาดว่าจะเปลี่ยนตั๋วเดิมได้หลังขบวนออก หากรู้ว่าจะไม่ทัน ให้ดำเนินการเปลี่ยนก่อนเวลาออกตามเงื่อนไขของช่องทางที่ซื้อ
ถาม: เที่ยวฮาโกเน่วันเดียวต้องซื้อ Hakone Freepass หรือไม่?
ตอบ: ไม่เสมอไป ถ้าใช้กระเช้า เรือ รถไฟภูเขา และรถบัสหลายช่วง พาสน่าพิจารณา แต่ถ้าอยู่เพียงย่านฮาโกเน่-ยุโมโตะ ให้เทียบตั๋วรายเที่ยวก่อน
ถาม: Hakone Freepass รวม Romancecar หรือไม่?
ตอบ: ไม่รวมค่ารถด่วนพิเศษพร้อมระบุที่นั่ง พาสจากชินจูกุครอบคลุมค่าโดยสารพื้นฐานตามสิทธิ แต่ต้องซื้อตั๋วรถด่วนเพิ่มเมื่อจะใช้ Romancecar
ถาม: พาสจากชินจูกุแบบ 3 วันกลับมานอนโตเกียวแล้วไปใหม่ทุกวันได้ไหม?
ตอบ: ไม่ใช่สิทธิของ Hakone Freepass แบบนี้ ช่วงต้นทาง–โอดาวาระรวมการเดินทางไปกลับหนึ่งชุด และการกลับถึงต้นทางทำให้การใช้งานพาสสิ้นสุดลง
ถาม: มี JAPAN RAIL PASS แล้วต้องซื้ออะไรเพิ่ม?
ตอบ: หากพาสครอบคลุมขบวนเจอาร์ที่ใช้ถึงโอดาวาระแล้ว ยังต้องจัดการค่าเดินทางของรถไฟเอกชนและระบบขนส่งในฮาโกเน่ อาจใช้ตั๋วรายเที่ยวหรือพาสแบบเริ่มจากโอดาวาระตามแผน
ถาม: JR TOKYO Wide Pass ใช้ขึ้นชินคันเซ็นไปโอดาวาระได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ เพราะพาสนี้ไม่ครอบคลุมโทไคโดชินคันเซ็น ต้องซื้อตั๋วเส้นทางนั้นแยกหรือเลือกเส้นทางอื่นที่ตรงกับสิทธิของพาส
ถาม: โทรศัพท์เครื่องเดียวเปิดพาสให้ทั้งครอบครัวได้ไหม?
ตอบ: ได้เฉพาะบัตรที่รองรับ เช่น ตัวเลือก For Group บนเว็บไซต์ EMot สูงสุด 4 คนรวมผู้ใหญ่และเด็ก และต้องเดินทางด้วยกัน ไม่ใช่กติกาของบัตรดิจิทัลทุกช่องทาง
ถาม: เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีนั่ง Romancecar ฟรีไหม?
ตอบ: หากไม่ใช้ที่นั่งแยก เช่น นั่งตักผู้ใหญ่ ไม่ต้องมีตั๋วเด็กสำหรับที่นั่งนั้น แต่หากต้องการที่นั่งของตัวเอง ต้องซื้อทั้งตั๋วโดยสารพื้นฐานเด็กและตั๋วรถด่วนพิเศษเด็ก
ถาม: นำกระเป๋าใบใหญ่ไปฮาโกเน่ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ตามเงื่อนไขของขนส่งแต่ละประเภท แต่ไม่เหมาะกับการลากขึ้นลงหลายระบบทั้งวัน คนค้างคืนอาจใช้บริการส่งกระเป๋าไปโรงแรมที่ร่วมรายการ ส่วนคนขึ้นชินคันเซ็นต้องดูขนาดกระเป๋าและกฎการจองพื้นที่ด้วย
ถาม: ฮาโกเน่เหมาะกับผู้ใช้รถเข็นหรือไม่?
ตอบ: เดินทางได้บางเส้นทางโดยใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของสถานีและกระเช้า แต่ไม่ควรเหมารวมว่าทั้งวงรอบไม่มีบันได ต้องเลือกเส้นทางรวมถึงช่วงจากสถานีหรือป้ายรถไปที่พักและจุดเที่ยวให้เหมาะ
ถาม: รถไฟกลับโตเกียวเที่ยวสุดท้ายกี่โมง?
ตอบ: ในตารางปกติที่ตรวจสอบ Romancecar ตรงจากฮาโกเน่-ยุโมโตะเที่ยวสุดท้ายออก 19:50 น. วันธรรมดา และ 19:52 น. วันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุด ตัวเลขนี้ไม่ใช่เวลารถไฟธรรมดาทุกสายเที่ยวสุดท้าย และไม่ใช่เวลาที่ควรเริ่มออกจากทะเลสาบ
ถาม: ฝนตกหรือกระเช้าหยุด ยังควรไปฮาโกเน่ไหม?
ตอบ: ยังจัดแผนได้ถ้ายอมเปลี่ยนไปใช้เวลาที่ย่านสถานี ที่พัก หรือกิจกรรมที่เข้าถึงได้ด้วยระบบที่ยังเปิด แต่ถ้าเป้าหมายมีเพียงขึ้นกระเช้าชมฟูจิ ควรพิจารณาความยืดหยุ่นของวันเดินทางก่อนซื้อบัตรที่มีข้อจำกัดการคืนเงิน
ถาม: ฮาโกเน่ต้องค้างคืนไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็นสำหรับแผนวันเดียวที่เลือกจุดพอดี แต่ค้างหนึ่งคืนเหมาะกับคนต้องการออนเซ็น มื้อเย็นที่โรงแรม และลดความเร่งรีบในการเปลี่ยนรถ
ถาม: ควรเลือกทัวร์หรือเดินทางเอง?
ตอบ: เดินทางเองเหมาะเมื่ออยากกำหนดจังหวะเที่ยวและใช้เวลาในฮาโกเน่ ส่วนทัวร์เหมาะเมื่ออยากรวมฟูจิกับฮาโกเน่และลดภาระจัดการขนส่ง แต่ต้องยอมรับภาษาไกด์ โปรแกรม และระยะเวลาทั้งวันของแพ็กเกจ
สรุป: เลือกเส้นทางโตเกียวไปฮาโกเน่จากที่พักและแผนเที่ยวจริง
ถ้าเริ่มจากชินจูกุและต้องการเดินทางง่าย Romancecar ไปฮาโกเน่-ยุโมโตะ เป็นตัวเลือกหลักที่เหมาะกับผู้เดินทางครั้งแรก โดยเฉพาะคนที่ต้องการที่นั่งแน่นอนและไม่อยากย้ายสัมภาระกลางทาง
ถ้าให้ความสำคัญกับงบประมาณมากกว่าเวลา รถไฟธรรมดาโอดะคิวผ่านโอดาวาระ ทำหน้าที่พาเข้าฮาโกเน่ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่ารถด่วนพิเศษ ส่วนคนพักฝั่งสถานีโตเกียวควรเปรียบเทียบรถไฟเจอาร์กับชินคันเซ็นก่อนตัดสินใจย้อนมาชินจูกุ
ถ้าที่พักอยู่เซ็นโกคุฮาระหรือโทเก็นได รถบัสตรงจากชินจูกุ อาจลดการต่อรถได้ แต่ต้องยอมรับผลของสภาพถนนและเลือกป้ายให้ตรงกับโรงแรม โดยเฉพาะช่วงงานทางด่วนที่ประกาศไว้
เรื่องพาส ให้ซื้อจากเส้นทางที่ใช้จริง: เที่ยวหลายระบบหรือค้างคืนจึงค่อยเปรียบเทียบ Hakone Freepass อย่างจริงจัง หากไปเพียงย่านฮาโกเน่-ยุโมโตะ ตั๋วรายเที่ยวอาจตรงกับแผนมากกว่า และทุกกรณีต้องแยกค่ารถด่วน Romancecar ออกจากสิทธิพาส
สำหรับการเที่ยววันเดียว ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เก็บจุดครบ แต่อยู่ที่ออกเช้า เลือกกิจกรรมที่เชื่อมกัน และเริ่มกลับจากทะเลสาบหรือภูเขาก่อนจะเหลือเวลาเพียงพอแค่ขึ้นรถไฟขบวนสุดท้าย
ก่อนจบการวางแผน ให้มีสามอย่างพร้อมกัน: เส้นทางถึงจุดหมายจริง ตั๋วที่ครอบคลุมถูกช่วง และขากลับที่มีเวลาเผื่อ เมื่อสามส่วนนี้ลงตัว จึงค่อยเพิ่มกิจกรรมระหว่างวัน ไม่ใช่เพิ่มจุดเที่ยวก่อนแล้วค่อยหาวิธีกลับโตเกียวทีหลัง

